SCG ชูกลยุทธ์ ESG รับปัจจัยเสี่ยงต้นทุนน้ำมัน ราคาวัตถุดิบพุ่ง เงินเฟ้อ

ผู้ชมทั้งหมด 783 

SCG กังวลปัจจัยเสี่ยงต้นทุนน้ำมัน ราคาวัตถุดิบพุ่ง เงินเฟ้อ ชูกลยุทธ์ ESG ดันพลังงานทดแทน พัฒนาสินค้าใหม่ ปรับราคาสินค้า ช่วยลดความเสี่ยง มั่นใจยอดขายเติบโตตามเป้า 5-10% ชี้เปิดประเทศหนุนอุตสาหกรรมฟื้น

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) เปิดเผยว่า SCG ยังมั้นใจว่า ภาพรวมยอดขายในปี 2564 จะยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย 5-10% หลังจากในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ยอดขายยังเติบโตในทิศทางที่ดี เนื่องจากยอดการส่งออกสินค้าไปยังตลาดอื่นๆ นอกอาเซียนและความต้องการสินค้าผลิตภัณฑ์ก่อสร้างภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น แม้ไตรมาส 2-3/2564 ที่ผ่านมาจะมีการปิดแคมป์ก่อสร้าง และล็อกดาวน์ก็ตาม จากสาเหตุหลักจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่

ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/2564 ต่อเนื่องไปถึงปี 2565 คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวดีขึ้นของอุตสาหกรรมเคมิคอลส์ อุตสาหกรรมก่อสร้าง เนื่องจากรัฐบาลคลายล็อกดาวน์ และเริ่มมีการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 จะเป็นปัจจัยหนุนทำให้ตลาดอุปโภค บริโภค กลับมาฟื้นตัว ความต้องการผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และเคมิคอลส์จะมีความต้องการเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อกำลังซื้อปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้แล้วภาคธุรกิจและประชาชนจะสามารถ ปรับตัวในการอยู่กับร่วมโควิด 19 ได้เช่นเดียวกับหลายประเทศ นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม SCG ยังคงต้องรับมือกับปัจจัยเสี่ยงของต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และปัจจัยเงินเฟ้อที่สูงขึ้นด้วย ขณะเดียวกันก็กังวลเรื่องโควิด 19 สายพันธุ์ใหม่ด้วยเพราะเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามและเตรียมพร้อมในการรับมือ

สำหรับการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวนั้น SCG มีแผนพัฒนาสินค้าใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่องให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกและสุขอนามัย เช่น ผลิตภัณฑ์ SCG Green Choice ที่ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ช่วยประหยัดพลังงานและส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี CPAC Green Solution ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มความรวดเร็ว ลดปัญหาฝุ่น ของเสียในงานก่อสร้าง และยังคงเดินหน้าสู่ธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ ธุรกิจผลิตวัตถุดิบสำหรับผลิตพลาสติกชีวภาพ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการสร้างการเติบโตในระยะยาว

นอกจากนี้แล้วการรับมือกับปัจจัยเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นยังต้องพิจารณาในเรื่องการปรับลดต้นทุนการผลิต หรืออาจจะมีการปรับราคาสินค้าขึ้น  โดยได้เร่งดำเนินกลยุทธ์ตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับต้นทุนพลังงาน และวัตถุดิบที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอีก รวมถึงภาวะเงินเฟ้อที่คาดว่าจะรุนแรงขึ้นในอนาคต

พร้อมเร่งบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยการทำสัญญาซื้อขายพลังงานล่วงหน้า การเลือกใช้วัตถุดิบที่เหมาะสมกับ สถานการณ์ตลาดและเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน (Alternative Energy) ทั้งนี้ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาต้นทุนด้านพลังงาน และวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นกว่า 20-30%

นายรุ่งโรจน์ กล่าวถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจเคมิคอลส์ ภายใต้บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจ และมีการปรับโครงสร้างทางการเงินเรียบร้อยแล้ว ส่วนแผนดำเนินงาน ช่วงระยะเวลาเข้าจดทะเบียนจะนำมาอัปเดทได้อีกทีปลายปีนี้

ส่วนการออกหุ้นกู้วงเงินรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 ล้านบาท ของ เอสซีจี เคมิคอลส์ นั้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ได้ยื่นขออนุญาตออกและเสนอขายหุ้นกู้แบบโครงการ Medium Term Note (MTN) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่าง ก.ล.ต. พิจารณา คาดว่าจะมีความชัดเจนต้นปี 2565 ว่าจะกำหนดกรอบวงเงินกู้ในระยะแรกเท่าไหร่

ด้านผลประกอบการไตรมาส 3/2564 มีรายได้จากการขาย 131,825 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1 จากไตรมาสก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 9,066 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 47 จากไตรมาสก่อน จากส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง 

ทั้งนี้หากรวมขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ของโรงงานซีเมนต์ในประเทศเมียนมา และกำไรจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนเป็นมูลค่ายุติธรรมจะทำให้มีกำไรสำหรับงวด 6,817 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 60 จากไตรมาสก่อน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 จากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปกติ ลดลงร้อยละ 11 จากธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ระลอกใหม่ และการปิดเมืองทั้งภูมิภาค