TPCH คาดกำไรปี2566 ทำนิวไฮ หลังโรงไฟฟ้ากลับมาเดินเครื่องเต็มประสิทธิภาพ

ผู้ชมทั้งหมด 212 

TPCH คาดปี2566 กำไรสุทธิทำสถิติสูงสุด หลังโรงไฟฟ้ากลับมาเดินเครื่องการผลิตเต็มประสิทธิภาพ ขณะที่ 2567 เตรียมเงินลงทุน 500-600 ล้านบาท เดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศเพิ่ม พร้อมลุ้นผลชิงสิทธิโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาด 180 เมกะวัตต์ในกัมพูชา คาดชัดเจนไตรมาส3 ปีนี้ แย้มศึกษาแผนเข้าซื้อกิจการอีกเพียบ คาดหนุนกำไรปี2567 โตต่อเนื่อง

นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ คาดว่า รายได้จะเติบโตขึ้น 30-40% จากปี 2565 หลังโครงการโรงไฟฟ้าประเภทเชื้อเพลิงชีวมวลใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ทั้ง TPCH 1 , TPCH 2 และ TPCH 5 รวมถึงโรงไฟฟ้าชีวมวล ปัตตานี กรีน เพาเวอร์ สามารถกลับมาเดินเครื่องการผลิตเต็มประสิทธิภาพ ฉะนั้นจะส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทในปี 2566 ทำสถิติสูงสุด

“ตอนยังไม่มีโรงไฟฟ้าใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ กำไรเราเคยสูงสุดเมื่อปี 62 อยู่ที่ 350 ล้านบาท และปี63 ลดลงอยู่ที่ 250 ล้านบาท ปี 64 อยู่ 130 ล้านบาท และปี65 อยู่ที่ 180 ล้านบาท แต่ตอนนี้ โรงไฟฟ้าที่เคยขาดทุนและทำการปรับปรุงเมื่อปีก่อน กลับมาเดินเครื่องตามปกติในปีนี้ ก็จะทำให้กำไรของบริษัททำนิวไฮ”

อีกทั้งในปีนี้ บริษัท ยังเปิดเดินเครื่องการผลิตโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล แม่ลาน จ.ปัตตานี และโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล บันนังสตา (PBB) กำลังผลิต 2 โครงการ รวม 6 เมกะวัตต์ และได้อัตราค่าไฟฟ้าค่อนข้างสูง ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรของบริษัทเติบโตขึ้นจากปีก่อน

โดยปัจจุบัน บริษัท มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เดินเครื่องการผลิต(COD)แล้ว อยู่ที่ 130 เมกะวัตต์ และสิ้นปีนี้ กำลังการผลิตไฟฟ้าในมือจะยังอยู่ที่ระดับเดิม แต่ประสิทธิภาพในการเดินเครื่องการผลิตดีขึ้น แต่ในปีหน้า คาดว่า กำลังการผลิตไฟฟ้าจะทะลุเป้าหมายใหม่ที่ตั้งไว้ระดับ 350 เมกะวัตต์ หลังจากบริษัท ได้เข้าร่วมลงทุนและจ่ายชำระค่าหุ้นสามัญของ บริษัท แม่โขง พาวเวอร์ จำกัด (MKP) ครบถ้วนในสัดส่วน 40% ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ใน สปป.ลาว ซึ่ง MKP ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจำนวน 100 เมกะวัตต์ กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) ตั้งแต่เดือน พ.ค.2563 ระยะเวลา 25 ปีนับจากวันที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โดยคาดว่า โครงการดังกล่าวจะCOD ได้ในช่วงไตรมาส 2 ปี2567

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ศึกษาความเป็นไปได้และยื่นเสนอความพร้อมในการเข้าลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์ม ขนาดกำลังการผลิต 180 เมกะวัตต์ คาดว่าจะรู้ผลหลังการเลือกตั้งรัฐบาลของกัมพูชาจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ค.นี้ หรือ มีความชัดเจนไม่เกินไตรมาส 3 ปีนี้

“บริษัท ยังมีการศึกษาเข้าลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศอีกหลายโครงการ โดยเฉพาะโซลาร์ และลม คาดว่า ภายในไตรมาส 2-3 ปีนี้จะทยอยเปิดเผยความชัดเจนออกมาได้ ซึ่งบริษัท มีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าแตะระดับ 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 โดยบริษัทจะโฟกัสการลงทุนในต่างประเทศเป็นหลัก”

ทั้งนี้ ในปี 2566 บริษัทได้ใช้งบลงทุนไปแล้วราว 1,000 ล้านบาท และปี 2567 คาดว่า จะใช้งบลงทุนราว 500-600 ล้านบาท ซึ่งวงเงินดังกล่าวรวมแผนเข้าซื้อกิจการแล้ว ขณะเดียวกันบริษัทมีความพร้อมด้านการเงิน เนื่องจากกรอบวงเงินในการออกหุ้นกู้อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท สำหรับรองรับโอกาสขยายการลงทุนในอนาคต และปี2567 คาดว่าผลประกอบการทั้งรายได้และกำไร จะเติบโตต่อเนื่องจากปี 2566 ตามกำลังผลิตไฟฟ้าในมือที่คาดว่าจะทะลุเป้า 350 เมกะวัตต์ในปี 2567

นายเชิดศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการลงทุนในประเทศไทย บริษัท ยังสนใจขยายการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าขยะ หลังจากที่บริษัทได้สิทธิดำเนินโครงการแล้วจำนวน 2 แห่ง โดยคาดหวังจะพัฒนาโครงการทั้งหมด 4 แห่ง จากปัจจุบัน โรงไฟฟ้าสยาม พาวเวอร์ โรงไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย Landfill ที่ตั้งโครงการ ต.คลองขวาง อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าของ TPCH โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.)  8 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตติดตั้ง 9.5 เมกะวัตต์ ได้COD ไปแล้วเมื่อปี2564 และล่าสุด บริษัท ได้รับสิทธิ์ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าขยะ แห่งที่ 2 ในจ.นครราชสีมา รวมถึงยังคาดหวังจะได้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าขยะอีก 2 แห่ง ซึ่งน่าจะรู้ผลภายในไตรมาส 3 ปีนี้ หลังการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ ซึ่งบริษัท มีเป้าหมายที่จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าขยะในมือ อยู่ที่ 50  เมกะวัตต์ ซึ่งหากได้รับสิทธิ์ดำเนินโครงการเพิ่มอีก 2 แห่ง ก็น่าจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

อย่างไรก็ตาม หากกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือของบริษัทขึ้นไปแตะระดับ 500 เมกะวัตต์ คาดว่า จะส่งผลให้พอร์ตการลงทุนของบริษัทเปรียบไป โดยสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าในต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 70% และในประเทศ อยู่ที่ 30% ขณะที่สัดส่วนรายได้และกำไร ทั้งในต่างประเทศและในประเทศจะอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกันที่ 50% เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลจะมีประสิทธิภาพในการเดินเครื่องการผลิตสูงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มประมาณ 4 เท่า