“กรมราง” ยกระดับแก้ไขเหตุขัดข้องรถไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุง

Loading

“กรมราง” ยกระดับแก้ไขเหตุขัดข้องรถไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงและการให้บริการ เตรียมพร้อมรับสิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส” ใช้นั่งระบบขนส่งมวลชนทางราง ระบบขนส่งสาธารณะ

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับและบริหารจัดการระบบขนส่งทางราง ครั้งที่ 3/2569 ว่า ที่ประชุมได้ติดตามประเด็นต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้บริการระบบขนส่งทางราง รวมถึงกำหนดแนวทางการปรับปรุงและแก้ไขปัญหา โดยได้รับทราบข้อมูลสถิติเหตุขัดข้องของรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ของเดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน 2569 รวม 15 ครั้ง ประกอบด้วย  ระบบขับเคลื่อน 6 ครั้ง  ระบบเบรค 2 ครั้ง ระบบประตูรถ 2 ครั้ง เครื่องนับเพลา 1 ครั้ง ระบบอาณัติสัญญาณ 1 ครั้ง ปัจจัยภายนอก 1 ครั้ง และเหตุอื่น ๆ 2 ครั้ง ทั้งนี้ขร.ได้เน้นย้ำเรื่องการเก็บสถิติของชิ้นส่วนอะไหล่ต่าง ๆ ที่ชำรุด ไว้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงและการให้บริการสูงสุด

นายพิเชฐ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบการดำเนินการออกใบอนุญาตด้านการขนส่งทางราง (ตามบทเฉพาะกาล) ของพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ภายใต้ความร่วมมืออย่างดียิ่งจากผู้ให้บริการทุกภาคส่วน โดยล่าสุดสามารถอนุมัติ “ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่” ได้แล้ว 2,456 ราย จากคำขอรวม 2,651 ราย คิดเป็นกว่าร้อยละ 92.60 ครอบคลุมผู้ให้บริการทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) และผู้ให้บริการภาคเอกชน ขณะเดียวกัน การจดทะเบียนและออกสัญลักษณ์ทะเบียนรถมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

โดยมีรถเข้าสู่ระบบทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 7,004 คัน และอยู่ระหว่างทยอยตรวจสอบข้อมูลร่วมกับผู้ประกอบกิจการขนส่งทางราง นอกจากนี้ ผู้ประกอบกิจการระบบรางทั้ง รฟท. และ รฟม. ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางรางครบทั้ง 2 รายแล้ว พร้อมกันนี้ ยังมีสถาบันฝึกอบรมผู้ประจำหน้าที่เตรียมเข้าสู่ระบบอีก 6 แห่ง เพื่อร่วมพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมด้านระบบรางให้มีมาตรฐานสากล

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังมีการหารือเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรองรับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ในระบบขนส่งมวลชนทางราง ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ได้ส่งผลต่อประชาชนทุกสาขาอาชีพและผู้ประกอบการอย่างฉับพลัน รุนแรง มีความไม่แน่นอนสูง และมีแนวโน้มยืดเยื้อ ซึ่งจะมุ่งเน้นช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรฯ) และบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและประคับประคองกำลังซื้อภาคประชาชน

รวมถึงช่วยเหลือผู้ค้าขายรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้  ทั้งนี้ ขร. จะแจ้งความประสงค์ของผู้ประกอบการขนส่งมวลชนทางราง  ในการดำเนินการยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569 เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ต่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

ร่วมกับหน่วยงานผู้ให้บริการระบบรางที่เกี่ยวข้อง โดยมีหน่วยงานผู้ให้บริการด้านขนส่งมวลชนทางรางเข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย รฟท. รฟม. รฟฟท. บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (ERA1) เข้าร่วมว่า