![]()
“การบินไทย” ปรับลดเที่ยวบิน รับมือวิกฤตน้ำมันแพง เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้โดยสารชะลอการจองตั๋ว ยันจัดหาเครื่องบินยังเดินหน้าตามแผน แย้มผลประกอบการไตรมาส 1 ดีเกินคาด หวั่นสงครามลากยาว
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI กล่าวว่า การปรับลดเที่ยวบินนั้นเนื่องจากมีผู้โดยสารบางส่วนเริ่มชะลอการตัดสินใจจองตั๋วหรือจองล่าช้าขึ้น หลังจากได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ดังนั้นการบินไทยต้องบริหารจัดการเที่ยวบินให้มีประสิทธิภาพ โดยไม่ได้ยกเลิกเที่ยวบิน แต่อาจจะมีลดบางเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารจองไม่มาก โดยในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 จะลดปริมาณการบินลงประมาณ 4-5% ของตารางบินทั้งหมด ทั้งนี้ บริษัทได้จัดตั้ง “วอร์รูม” (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์และปริมาณการเดินทางอย่างใกล้ชิดทุกวัน เพื่อให้การปรับแผนสอดคล้องกับปริมาณการเดินทาง
อย่างไรก็ตามสำหรับแนวทางการปรับเที่ยวบินจะยึดหลักความสะดวกของผู้โดยสารควบคู่กับความคุ้มค่าทางธุรกิจ โดยเริ่มจากการ ปรับขนาดเครื่องบิน (จากเครื่องใหญ่เป็นเครื่องที่เล็กลง) ตามด้วยการ ปรับลดความถี่ เช่น จากบินทุกวันเป็น 5 วันต่อสัปดาห์ สำหรับการยกเลิกเที่ยวบินนั้นจะถือเป็นทางเลือกสุดท้ายและเป็นเพียงการหยุดบินชั่วคราวในเส้นทางที่ไม่คุ้มทุนเท่านั้น
“หลักการณ์คิดเราต้องคำนึงถึงความสะดวก สบายของผู้โดยสารด้วย ดั้งนั้นวิธีการแรกเราปรับแบบเครื่องบินก่อนจากเที่ยวบินที่ให้บริการลำใหญ่ก็ปรับให้บริการลำเล็กลง ปรับแบบเครื่องบินแล้วถ้าหากจำเป็นต้องปรับอีกเราก็ค่อยปรับความถี่จาก 7 วันเหลือ 5 วัน การยกเลิกจะเป็นกรณีสุดท้าย” นายชาย
นายชาย กล่าวถึงต้นทุนราคาน้ำมันว่า ราคาน้ำมันอากาศยานมีความผันผวนอย่างรุนแรง โดยขยับจากประมาณ 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดถึง 240 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า แม้ปัจจุบันราคาจะอ่อนตัวลงบ้างแต่ยังอยู่ในระดับสูงอยู่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนโดยตรง ทำให้สายการบินจำเป็นต้องปรับราคาตั๋วให้สะท้อนต้นทุนจริงตามราคาตลาด แต่ยังต้องคำนึงถึงระดับราคาที่ตลาดสามารถรับได้
อย่างไรก็ตามแม้การบินไทยจะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่การบินไทยยืนยันจะไม่ชะลอแผนการรับมอบเครื่องบินใหม่ โดยยังคงเดินหน้าจัดหาเครื่องบินใหม่ตามแผน เพราะต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาวมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการตัดงบลงทุนทั้งหมด
นายชาย กล่าวว่า แม้จำนวนผู้โดยสารปรับตัวลดลงก็จะทำให้มีพื้นที่ระวางใต้ท้องเครื่องมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจคาร์โก้ (Cargo) ยังเติบโตได้ ขณะที่การหารือกับทางกระทรวงคมนาคม และกระทรวงพาณิชย์นั้นก็จะเป็นโอกาสที่ทำให้การบินไทยหารายได้จากธุรกิจคาร์โก้เพิ่มขึ้นได้ โดยการบินไทยมุ่งเน้นไปที่ตลาดสินค้ามูลค่าสูง เช่น การขนส่งสัตว์มีชีวิต การขนส่งยาและเวชภัณฑ์
สำหรับภาพรวมผลประกอบการ ไตรมาสที่ 1/2569 พบว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจและดีเกินกว่าแผนที่วางไว้ แต่ถ้าหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อไปตลอดทั้งปีจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก