ขร. ครบรอบ 7 ปี ”พิพัฒน์“ ชูพัฒนาระบบรางไทย ยกระดับความปลอดภัยต้อง 100%

Loading

กรมการขนส่งทางราง ครบรอบ 7 ปี ”พิพัฒน์“ ชูพัฒนาระบบรางไทย คืนความมั่นใจผู้ใช้บริการ ความปลอดภัยต้อง 100% ชี้ปีที่ผ่านมาออกมาตรฐานด้านระบบรางรวม 34 ฉบับ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากรมการขนส่งทางราง (ขร.) ครบรอบ 7 ปี ก้าวสู่ปีที่ 8 ณ ห้องประชุมมนังคสิลา กรมการขนส่งทางราง นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และผู้แทนจากภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงาน ณ ห้องมนังคสิลา กรมการขนส่งทางราง

นายพิพัฒน์ กล่าวในพิธีว่า รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมมีวิสัยทัศน์ผลักดันให้ระบบรางเป็นโครงข่ายหลักของประเทศ ทั้งในมิติของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การลดต้นทุนโลจิสติกส์ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมชื่นชม ขร.ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ที่ทำหน้าที่วางรากฐานและสร้างมาตรฐานระบบรางของไทยให้เป็นรูปธรรมตลอด 7 ปีที่ผ่านมา 

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์เรื่องระบบการเดินรถที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ถือเป็นความท้าทายและบททดสอบสำคัญ เนื่องจากประชาชนผู้ใช้บริการได้ฝากความหวังและชีวิตไว้กับระบบราง จึงได้มอบนโยบายสำคัญเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน คือ ความปลอดภัยคือมาตรฐานพื้นฐาน ต้องทำให้ได้ 100% และจะไม่มีข้อยกเว้นในเรื่องนี้

ยกระดับสู่ การกำกับดูแลเชิงรุก โดยให้ ขร. เข้มงวดในการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งรถไฟฟ้ามหานครและรถไฟระหว่างเมือง พร้อมนำเทคโนโลยี เช่น ระบบการซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ มาควบคุมผู้ให้บริการ เพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิดเหตุ  เพื่อคืนความเชื่อมั่นของประชาชนให้กลับมาโดยเร็วที่สุด และต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่า เมื่อใช้บริการระบบรางของไทยแล้ว คือความปลอดภัยขั้นสูงสุด

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า พร้อมที่จะผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนงบประมาณ และดูแลขวัญกำลังใจของบุคลากรกรมการขนส่งทางรางอย่างเต็มที่ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างสมบูรณ์ 

ด้าน นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ขร. มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจในการพัฒนาระบบขนส่งทางรางให้เป็นระบบหลักในการเดินทาง โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงโครงข่ายอย่างไร้รอยต่อ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการกำกับดูแลที่เป็นธรรม ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้มีผลงานเชิงประจักษ์หลายด้าน ได้แก่ ด้านมาตรฐานและความปลอดภัย ได้จัดทำมาตรฐานด้านระบบรางรวม 34 ฉบับ เพื่อเป็นกรอบการกำกับดูแลทิศทางเดียวกัน พร้อมติดตามประเมินและยกระดับคุณภาพสถานีอย่างต่อเนื่อง

ด้านคุณภาพการให้บริการให้ความสำคัญกับเสียงสะท้อนของประชาชน โดยนำข้อร้องเรียนมาปรับปรุงการให้บริการ รวมถึงแก้ไขปัญหาค่าโดยสารเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ดียิ่งขึ้นและเป็นธรรม ด้านกฎหมาย ผลักดันพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลระบบรางให้มีความชัดเจนและโปร่งใส สอดคล้องกับการพัฒนาระยะยาว

ด้านนวัตกรรมนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ อาทิ ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน (DRT Alert) ฐานข้อมูลจุดตัดทางรถไฟเพื่อลดอุบัติเหตุ (DRT Crossing) และระบบออกใบอนุญาตดิจิทัล (e-License R) ซึ่งได้รับรางวัล Digital Government Award 2024

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจอย่างยิ่ง ที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของกรมการขนส่งทางราง ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ทั้งในด้านการวางรากฐานระบบรางของประเทศ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การพัฒนากฎหมายและการกำกับดูแล ตลอดจนการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการประชาชน

พร้อมกันนี้ นายพิพัฒน์ ยังได้ฝากความเชื่อมั่นมายังบุคลากรของกรมการขนส่งทางรางทุกคน โดยระบุว่า กระทรวงคมนาคมและประเทศไทยกำลังจะมอบหมายภารกิจด้านระบบขนส่งทางรางที่สำคัญมากยิ่งขึ้นให้แก่กรมการขนส่งทางราง ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นแรงผลักดันสำคัญให้บุคลากรทุกคนร่วมกันพัฒนาองค์กรและระบบรางไทยให้มีความปลอดภัย ทันสมัย และตอบโจทย์ประชาชนมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ในโอกาสครบรอบ 7 ปี กรมการขนส่งทางรางยังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบรางอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นระบบขนส่งหลักที่มีความปลอดภัย ทันสมัย และสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางได้อย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน