คมนาคม สรุปผลสอบข้อเท็จจริงเหตุเครนก่อสร้างไฮสปีด – จีน ตกทับขบวนรถไฟ สีคิ้ว

Loading

คมนาคม สรุปผลสอบข้อเท็จจริงเหตุเครนก่อสร้างไฮสปีด – จีน ตกทับขบวนรถไฟ สีคิ้ว และเหตุคานปูนพังถล่มมอเตอร์เวย์ M 82 ถนนพระราม 2 พบความผิดชัดเจน แต่ยังไม่ยกเลิกสัญญา ITD

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่กระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ตกทับขบวนรถไฟ สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และกรณีคานปูนและเครนพังถล่มงานก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 (M82) ถนนพระราม 2 แถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ โดยมี นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการในตำแหน่งผู้ว่ารฟท.ร่วมด้วย

นายจิระพงศ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวขึ้นและให้ดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบด้านให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 45 วัน นั้น ขณะนี้สามารถสรุปผลการสอบข้อเท็จจริงได้แล้ว และรายงานให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รับทราบแล้ว

โดยจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเครนถล่มที่อำเภอสีคิ้ว พบว่า ไม่ได้เกิดจากเครื่องจักรพัง แต่เกิดจากระบบความปลอดภัยในการทำงานล้มเหลว เช่น ไม่มีการขออนุญาตเข้าปฏิบัติงาน, ไม่มีตรวจสอบเครื่องจักรไม่ครบถ้วน และไม่มีผู้ควบคุมงานอยู่หน้างานจริง หรือมีไม่เพียงพอ โดยถือเป็นความผิดพลาดในเชิงระบบและการละเลยสัญญาณเตือน ซึ่งผู้รับจ้างข้ามขั้นตอนการทำงานไม่มีการขออนุมัติใบอนุญาตปฏิบัติงานก่อนทำงานทุกครั้ง และไม่มีวิศวกรคุมงาน และกำกับดูแลด้านความปลอดภัยอยู่หน้างานในกระบวนการ

อีกทั้งเครื่องจักรไม่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบเครื่องจักรไม่ครบทุกชุด บางตัวใบ ปจ.1 (ใบรับรองความปลอดภัยเครื่องจักร) หมดอายุ และโดยทั่วไปการทำงานอยู่เหนือรางที่มีรถไฟวิ่งตามปกติ ผู้รับจ้างจะต้องขอปิดเส้นทางรถไฟชั่วคราว เพื่อไม่ให้มีรถไฟวิ่งอยู่ด้านล่างขณะปฏิบัติงาน แต่ไม่ได้ทำ ที่สำคัญผลการสอบยังระบุชัดว่าบริษัทที่ปรึกษา (CSC) บกพร่อง และฝ่ายที่ปรึกษาควบคุมงานไม่ได้ลงพื้นที่จริง และพบยังหลักฐานว่ามีการ เซ็นเอกสารการทำงานย้อนหลัง หลังจากที่ทำงานไปแล้ว อีกทั้งเจ้าหน้าที่ของ รฟท.มีเจ้าหน้าที่น้อย ทำให้ควบคุมงานได้ไม่ทั่วถึง

ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานเข้มงวดในการทำงานมากขึ้น ห้ามมีการอนุมัติเอกสารย้อนหลังโดยเด็ดขาด รวมถึงสั่งตรวจสอบใบ ปจ.1 ของ Launcher ทุกตัว และติดตั้งระบบเซ็นเซอร์แบบ Real-time เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัย

นายจิระพงศ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีเครนถล่มที่ถนนพระราม 2 จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เกิดจากการวางขาเครนผิดตำแหน่ง  ,คอนกรีตเริ่มแตกร้าวด้านในแต่ยังไม่พัง , การยึดเครนแบบ PIN-PIN แทน PIN-ROLLER ส่งผลให้แรงดันสะสมระบายออกไม่ได้และการช้อนแผ่นเหล็ก 8 ชั้น บนทราย บนพื้นลาดเอียง ทำให้พร้อมล้มทุกเมื่อ ที่สำคัญปัจจัยเรื่องอุณหภูมิและพฤติกรรมโครงสร้าง ที่เมื่อแดดออกอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 8 องศา ทำให้แรงดันพุ่งออกด้านข้างฉับพลัน ส่งผลให้แผ่นเหล็กไถลทีละชั้น ขาเครนพัง และถล่มลงมาทั้งหลัง โดยพบความบกพร่องในเชิงระบบของผู้รับจ้างที่มีการติดตั้งผิดแบบ ใบอนุญาตใช้เครน ปจ.1 หมดอายุ  และมีการดัดแปลงอุปกรณ์โดยพลการ และผู้ควบคุมงานไม่ได้ตรวจและไม่ได้สั่งให้หยุดงาน

ดังนั้นจึงเสนอแนวทางแก้ไขและมาตรการป้องกันระยะยาวทันที โดยสั่งตรวจสอบใบ ปจ.1 ของโครงการก่อสร้างทุกแห่งทั่วประเทศ หากพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ให้สั่งหยุดปฏิบัติงานทันที 30 วัน ขณะที่มาตรการระยะกลางให้เจ้าของโครงการไปจัดทำมาตรฐานการกำกับดูแล Launcher ใหม่ทั้งหมด โดยจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้ามาร่วมตรวจสอบ และมาตรการระยะยาว ให้บังคับติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ และทำการยกเครื่องระบบควบคุมความปลอดภัยในการก่อสร้างทางยกระดับใหม่ทั้งหมดทั่วประเทศ

นายจิระพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนประเด็นเรื่องการการนำสมุดพกมาขึ้นบัญชีดำ( Blacklist ) บริษัทผู้รับเหมาที่ทำผิดพลาดจนเกิดความสูญเสียนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกรมบัญชีกลางที่จะเป็นผู้พิจารณาออกกฎระเบียบให้ภาครัฐดำเนินการ

นายอนันต์ กล่าวว่า ภาพรวมในส่วนของการก่อสร้างนั้น ขณะนี้ รฟท.ได้อนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว เนื่องจากมีกำหนดระยะวลาให้หยุดงานได้เพียง 90 วันเท่านั้น ซึ่งครบแล้วหากไม่ให้ผู้รับจ้างดำเนินการต่ออาจนำไปสู่การห้องร้องตามกฎหมายได้ ส่วนขั้นตอนการบอกเลิกสัญญาอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด ส่วนการเอาผิดนั้นคณะกรรมการสอบสวนของรฟท.ได้สรุปปผลการสอบสวนและรายงานมายังกระทรวงคมนาคมแล้ว ส่วนด้านกฎหมายอยู่ในชั้นของการรวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจะเร่งทดสอบวัสดุกับทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

อย่างไรก็ตามรฟท.มีกรอบวงเงินประกันสัญญาของโครงการจำนวน 583 ล้านบาท ซึ่งรวมความเสียหายทั้งตัวบริษัท บุคคลภายนอกที่เป็นผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และรฟท.ด้วย สำหรับภาพรวมงานก่อสร้างโครงการดังกล่าวคืบหน้าไปแล้ว 99% ส่วนงานที่เหลืออยู่อีก 16 สแปนน่าจะใช้เวลาก่อสร้างไม่น้อยกว่า 4-5 เดือน

ด้าน นายปิยพงษ์ กล่าวว่า หลังจากที่กระทรวงคมนาคมได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและลงรายละเอียดลึกในเบื้องต้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการขยายผลการสอบสวนและการตรวจสอบหลักฐานในเชิงนิติวิศวกรรมอย่างเต็มรูปแบบ คาดการณ์ว่าผลทดสอบในห้องปฏิบัติการและการคำนวณเชิงลึกจะดำเนินการเสร็จสิ้นและสามารถสรุปผลการเอาผิดผู้รับผิดชอบ ทั้งคดีอาญา ทางวิชาชีพ และทางวินัย ได้ในเดือนมิถุนายนนี้

ส่วนประเด็นการยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมานั้น ทล.ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อพิจารณาการบริหารสัญญาและการดำเนินงานของทล.ให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายอย่างรอบคอบและรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ และจากการวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะทุกมิติแล้ว สรุปได้ว่า ทล.ยังไม่ได้บอกเลิกสัญญา เนื่องจากอาจจะทำให้โครงการหยุดชะงักเป็นเวลานาน ต้องหาผู้รับจ้างใหม่ รวมถึงอาจนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมายและเรียกร้องค่าเสียกายต่างๆได้ ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้ทางและกระทบงบประมาณภาครัฐอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่โครงการมีผลงานความคืบหน้าไปแล้ว 88% หากบอกเลิกสัญญาจะทำให้ให้ทุกอย่างต้องหยุด และเกิดความล้าช้าในการแก้ปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างได้ ซึ่งคณะทำงานประเมินแล้วว่า การให้ผู้รับจ้างรายเดิมดำเนินการต่อภายใต้มาตรการที่เข้มงวดที่สุดจะส่งผลดีต่อประโยชน์สาธารณะและการเปิดใช้เส้นทางของประชาชนมากกว่า

ทั้งนี้แม้จะไม่การยกเลิกสัญญาเพื่อไม่ให้งานสะดุด แต่ทล.ได้ใช้มาตรการลงโทษและควบคุมความปลอดภัยขั้นสูงสุดกับผู้รับจ้าง โดยสั่งเปลี่ยนตัวผู้ปฎิบัติงานยกชุด แล้วให้ผู้รับจ้างไปว่าจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญที่มีความ เชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องการติดตั้งเครน Launcher (LG) ระดับมาตรฐานสากลเข้ามาทำงานแทนทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุด โดยที่บริษัทผู้รับจ้างรายเดิมที่เป็นคู่สัญญายังคงต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสียหายทั้งหมดเป็นเงิน 11 ล้านบาท ส่วนความเสียหายอื่นอยู่ระหว่างการรวมรวบและจะดำเนินการฟ้องร้องจากผู้รับจ้างตามขั้นตอน ทั้งนี้เบื้องต้นกำหนดเปิดทดลองใช้งาน M82 ตั้งแต่ช่วงเอกชัยถึงบ้านแพ้ว ได้ภายในเดือนสิงหาคม 2569

ต่อข้อถามงว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ยังมีสิทธิ์เข้าร่วมประมูลโครงการอื่นของทล.หรือไม่นั้น ปัจจุบันที่เรื่องของสมุดพกยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จจามระเบียบขั้นตอนแล้วทาง ITD ยังมีสิทํธิ์เข้าร่วมประมูลทุกโครงการ เพราะทล.ใช้หลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลางไม่สามารภเพิ่มข้อกำหนดอื่นเพิ่มเติมได้

นายปิยพงษ์ กล่าวว่า โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของทล.ในปีงบฯ 2569 จำนวน 99 โครงการ ทล.ได้การสังคายนาสัญญาก่อสร้างและเอกสารแนบท้ายใหม่ทั้งหมด โดยมีข้อกำหนดเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงในการบริหารก่อสร้างทั้งทางและสะพานเพื่อยกระดับความปลอดภัย และเกิดความรัดกุมทุกโครงการ และหากผู้รับจ้างไม่ดำเนินการตามกำหนดก็จะลงโทษตั้งแต่ตักเตือนจนไปถึงการปรับได้ทันที และจะใช้เป็นมาตรฐานสำหรับโครงการในปีงบฯ 2570 และปีต่อๆไปด้วย