ปตท. โชว์ความแข็งแกร่งระดับสากล ติด Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่อง 3 ปี

Loading

“ปตท.” สร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยอีกครั้ง หลังได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทอันดับ 1 ของไทย และอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนศักยภาพการแข่งขันในระดับสากล ความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจ และความสามารถในการขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน

การได้รับการจัดอันดับจาก Fortune Southeast Asia 500 ในปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะองค์กรพลังงานแห่งชาติที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับโลก ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานสู่ยุคพลังงานสะอาด

ผลการจัดอันดับดังกล่าวทำให้ ปตท. ยังคงครองตำแหน่ง อันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล รวมถึงบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศไทย ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรและประเทศ

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความสำเร็จจากการได้รับการจัดอันดับในครั้งนี้ เป็นผลจากความมุ่งมั่นขององค์กรในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” (Together for Sustainable Thailand, Sustainable World)

ปตท. ยังคงยึดมั่นในพันธกิจหลักในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ ควบคู่กับการสร้างการเติบโตทางธุรกิจ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการยกระดับศักยภาพองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเทคโนโลยีใหม่ แนวโน้มการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และความต้องการด้านความยั่งยืนของผู้มีส่วนได้เสียทั่วโลก

ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงาน ด้วยการเดินหน้าตามกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจหลักด้าน Hydrocarbon ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญขององค์กร พร้อมต่อยอดการเติบโตของธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อมุ่งสู่การเป็น Global LNG Player รองรับความต้องการพลังงานของภูมิภาคและตลาดโลก

ขณะเดียวกัน ปตท. ยังเดินหน้าปรับโครงสร้างการลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการบริหาร Portfolio การลงทุน การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนการผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายสู่ Net Zero Emissions ภายในปี 2050 และพร้อมเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย

นอกจากการขับเคลื่อนธุรกิจหลักแล้ว กลุ่ม ปตท. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ผ่านโครงการสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น MissionX ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน (Operational Excellence) การดำเนินโครงการ AXIS เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการบริหารจัดการธุรกิจ

พร้อมกันนี้ ยังมีโครงการ P1 และ D1 ที่มุ่งสร้างการทำงานร่วมกันภายในกลุ่ม ปตท. ตลอดห่วงโซ่อุปทานและการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนโครงการ Asset Monetization (A1) ที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และโครงการ Financial Excellence (F1) ที่มุ่งรักษาวินัยทางการเงินและเสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่อง ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคมไทยและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างสมดุล

ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ความผันผวนของราคาพลังงาน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความสามารถขององค์กรในการรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน พร้อมเดินหน้าลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคตและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนศักยภาพการแข่งขันในระดับสากล ซึ่ง ปตท. ได้แสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่องผ่านผลการดำเนินงานและการได้รับการยอมรับจากเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับ Fortune ถือเป็นสื่อด้านธุรกิจ เศรษฐกิจ และการเงินที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยการจัดอันดับ Fortune Global 500 เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 ขณะที่ Fortune Southeast Asia 500 จัดทำขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2567 เพื่อจัดอันดับบริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากผลการดำเนินงาน ศักยภาพทางธุรกิจ และแนวโน้มการเติบโต โดยบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับล้วนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคและเศรษฐกิจโลก

การที่ ปตท. สามารถรักษาอันดับระดับแนวหน้าของภูมิภาคได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จึงไม่เพียงสะท้อนถึงความแข็งแกร่งขององค์กร แต่ยังสะท้อนศักยภาพของภาคธุรกิจไทยในการแข่งขันบนเวทีโลก และการเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว