![]()
“พิพัฒน์” ลงพื้นที่สมุทรสาคร รับฟังปัญหาประชาชน เร่งแก้รถติด–พัฒนาโครงข่ายคมนาคม–ขุดลอกแม่น้ำท่าจีน ยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจทั้งจังหวัด

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อตรวจราชการและติดตามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนด้านการคมนาคมขนส่ง โดยมี นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายพงศกร จุลละโพธิ รองอธิบดีกรมทางหลวง นายยงยุทธ เพ็งเมือง รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท และผู้แทนกรมเจ้าท่า ร่วมคณะ พร้อมรับฟังข้อเสนอจากนายอนุสรณ์ ไกรวัฒนนุสรณ์ นายปัญญา ชวนบุญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร และนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รวมถึงหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเร่งผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ทั้งภาคอุตสาหกรรม ประมง การขนส่งสินค้า และเป็นประตูเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครและภาคตะวันตก ส่งผลให้มีปริมาณการเดินทางและการขนส่งจำนวนมาก กระทรวงคมนาคมจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะปัญหาการจราจรติดขัดที่สะสมมาเป็นเวลานาน
สำหรับประเด็นสำคัญที่ได้รับการติดตามในครั้งนี้ ได้แก่ ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณสามแยกบางปลา บนทางหลวงหมายเลข 3091 (ถนนเศรษฐกิจ) ตัดกับทางหลวงชนบทหมายเลข สค.4019 ซึ่งเป็นจุดที่มีปริมาณรถหนาแน่นทั้งจากภาคอุตสาหกรรมและประชาชนที่ใช้เส้นทางเป็นประจำ โดยได้สั่งการให้กรมทางหลวงเร่งดำเนินมาตรการระยะเร่งด่วนในการปรับปรุงรูปแบบการบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจร เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางของประชาชน ขณะเดียวกันได้เตรียมแนวทางการพัฒนาในระยะยาวเพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่ในอนาคต



นอกจากนี้ ยังได้ติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาการกลับรถบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) บริเวณต่างระดับบ้านแพ้ว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ประชาชนในพื้นที่สะท้อนมาอย่างต่อเนื่อง โดยกรมทางหลวง อยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ขนาน ถนนพระราม 2 พร้อมจุดกลับรถใต้สะพาน เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยลดปัญหาการจราจรและลดระยะเวลาในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ได้
ในส่วนของกรมทางหลวงชนบท ได้รายงานความคืบหน้าการพัฒนาโครงข่ายทางถนนและสะพานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งปัจจุบันดูแลโครงข่ายทางหลวงชนบทจำนวน 42 สายทาง ระยะทางรวมกว่า 346 กิโลเมตร รวมถึงโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างการผลักดัน อาทิ โครงการถนนสาย สค.2032 สค.2037 สค.3011 และ สค.2055 ตลอดจนการพัฒนาสะพานและเส้นทางเชื่อมต่อในเขตเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร รองรับการขยายตัวของเมืองและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าในพื้นที่
ขณะเดียวกัน กรมเจ้าท่าได้รายงานความคืบหน้าโครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำสมุทรสาคร (ท่าจีน) ซึ่งได้รับการบรรจุในงบประมาณปี 2570 วงเงินประมาณ 131 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินเรือ การขนส่งทางน้ำ และรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจังหวัด รวมทั้งโครงการสำรวจออกแบบรายละเอียดการขุดลอกและบำรุงรักษาแม่น้ำท่าจีน ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร ระยะทางรวม 315 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดปัญหาน้ำล้นตลิ่ง และช่วยยกระดับการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำท่าจีนในระยะยาว
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า การลงมารับฟังปัญหาของประชาชนโดยตรงในครั้งนี้ เพื่อนำข้อเสนอของประชาชนและผู้แทนราษฎรในพื้นที่มาบูรณาการกับแผนการพัฒนาของกระทรวงคมนาคมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะทุกโครงการจะต้องตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประชาชน ทั้งการลดเวลาในการเดินทาง เพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร ยกระดับการขนส่งสินค้า และสร้างความมั่นคงด้านการบริหารจัดการน้ำควบคู่กันไป