![]()
“พลังงาน” ยัน! ร่างแผน PDP 2026 ไม่นำเข้าไฟฟ้าลาวเพิ่ม ย้ำซื้อตามกรอบ MOU เดิม 10,500 MW ชี้พลังน้ำ 2.70 บาท แพงกว่าโซลาร์ – ลมไทย หากซื้อเพิ่มต้องเป็น “ไฟฟ้าเฟิร์ม” มีเสถียรภาพสูง จ่ายไฟฟ้าได้อย่างมั่นคงสม่ำเสมอ

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงทิศทางนโยบายการจัดหาพลังงานจากต่างประเทศในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 โดยระบุว่า ตามแผน PDP ไม่มีการปรับเพิ่มปริมาณและสัดส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป. ลาว เพิ่มขึ้นจากกรอบความร่วมมือบันทึกความเข้าใจ (MOU) เดิม ซื้อขายไฟฟ้ากับ สปป.ลาว 10,500 เมกะวัตต์ เนื่องจากปัจจัยด้านต้นทุนราคาพลังน้ำของลาวที่ปรับตัวสูงขึ้น 2.70 บาทต่อหน่วย เมื่อเทียบกับพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) และพลังงานลม ซึ่งมีแนวโน้มราคาเทคโนโลยีที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันอัตราค่าไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับเพียง 2.16 บาทต่อหน่วย เท่านั้น ส่งผลให้การตัดสินใจนำเข้าไฟฟ้าจากลาวเริ่มเสียเปรียบเชิงต้นทุนเมื่อเทียบกับการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนผลิตพลังงานสะอาดภายในประเทศเอง
ชูเงื่อนไขเหล็ก “ไฟฟ้าเฟิร์ม” หน้าแล้งต้องจ่ายได้สม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม นายประเสริฐ ระบุว่า ประเทศไทยยังคงเปิดกว้างรับซื้อไฟฟ้าจากผู้พัฒนาโครงการใน สปป. ลาว หากสามารถทำราคาเสนอขายที่ดี และมีเทคโนโลยีหรือการบริหารจัดการที่ทำให้ไฟฟ้าที่ผลิตนั้นเป็น “ไฟฟ้าเฟิร์ม (Firm)” คือมีเสถียรภาพสูงและจ่ายไฟฟ้าได้อย่างมั่นคงสม่ำเสมอ แม้ในช่วงหน้าร้อนหรือหน้าแล้งที่มีปริมาณน้ำจำกัด ไทยก็ยินยอมที่จะจ่ายในอัตราที่แพงกว่าราคาโซลาร์ในประเทศ (ซึ่งผลิตไฟฟ้าได้เฉพาะเวลากลางวันที่มีแดด) แต่หากไฟฟ้าที่จะนำเข้าไม่มีความเสถียรและมีความผันผวนสูง ประเทศไทยจะเลือกหันมาเน้นนโยบายการส่งเสริมและการลงทุนพลังงานสะอาดที่มีคุณภาพภายในประเทศทดแทน เพื่อรักษาความเสถียรของระบบส่งและจ่ายไฟฟ้าภาพรวม
แผน PDP ยืดหยุ่น ไม่ล็อกสเปกต่างประเทศ เอื้อปรับเปลี่ยนผ่าน MOU
นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับมิติการวางแผนเชิงนโยบาย ร่างแผน PDP 2026 ได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูง โดยไม่จำเป็นต้องล็อกโควตาหรือเผื่อกำลังผลิตไฟฟ้า (เมกะวัตต์) สำหรับต่างประเทศไว้เป็นการล่วงหน้าอย่างตายตัว เนื่องจากหากในอนาคตมีความเหมาะสมและเงื่อนไขทางเศรษฐกิจลงตัว ประเทศไทยสามารถใช้วิธีทำสัญญารับซื้อเพิ่มเติม หรือจัดทำบันทึก MOU เพิ่มเติมได้ทันทีตามขั้นตอน นอกจากนี้ แผน PDP จะมีการทบทวนและปรับปรุงใหม่ในทุก ๆ 2-3 ปี บนพื้นฐานของสมมติฐานและสถานการณ์จริงในขณะนั้นหากในอนาคตผู้พัฒนาโครงการในสปป.ลาว สามารถบริหารจัดการลดต้นทุนราคาค่าไฟฟ้าพลังน้ำลงมาได้ หรือมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามาช่วยเสริมความมั่นคงในการจ่ายไฟให้ดีขึ้น ประเทศไทยก็สามารถปรับเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าไฟฟ้าจากลาวในภายหลังได้เช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการที่รับซื้อไฟฟ้าจากสปป.ลาว 10,500 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว (COD) ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าน้ำงึม 1 โรงไฟฟ้าเทิน-หินบุน โรงไฟฟ้าห้วยเฮาะ โรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 โรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 โรงไฟฟ้าไซยะบุรี โรงไฟฟ้าหงสา รวมกำลังการผลิตที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้วประมาณ 4,461 เมกะวัตต์
ส่วนโครงการที่เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) เพิ่มเติมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือรอจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ ประกอบด้วย โครงโรงไฟฟ้าการปากแบง โครงการโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง โครงการโรงไฟฟ้าปากลาย โครงการโรงไฟฟ้าเซกอง 4A และ 4B รวมกับโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเป็น 7,800 เมกะวัตต์ ดังนั้นยังคงเหลือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามกรอบ MOU อีก 2,700 เมกะวัตต์