![]()
“ภัทรพงศ์” หารือ Grab เดินหน้าความร่วมมือยกระดับการเดินทางเชื่อมต่อสนามบินเพิ่มความสะดวก – ปลอดภัยแก่ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม หารือร่วมกับ ผู้แทน บริษัท แกร็ บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อหาแนวทางความร่วมมือระหว่าง Grab และกรมท่าอากาศยาน เพื่อยกระดับการให้บริการด้านการเดินทาง เพิ่มความสะดวก ความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว โดยมี นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เข้าร่วมหารือด้วย



นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะการเดินทางจากท่าอากาศยานไปยังพื้นที่ต่างๆ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว การหารือร่วมกับ Grab ในครั้งนี้ จึงเป็นการแลกเปลี่ยนแนวทางในการพัฒนารูปแบบการให้บริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งส่งเสริมการเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะกับบริการเดินทางผ่านแอปพลิเคชันสมัยใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับกรมท่าอากาศยาน ได้จัดพื้นที่สำหรับรถสาธารณะในการรับ-ส่งผู้โดยสารในสนามบินที่มีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการทั้งหมด 21 แห่งทั่วประเทศ (จากทั้งหมด 28 แห่ง) อาทิ รถโดยสารประจำทาง รถแท็กซี่ รถสองแถว และการให้บริการรูปแบบอื่นๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละท่าอากาศยาน
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้กรมท่าอากาศยานพิจารณาแนวทางความร่วมมือกับ Grab เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างท่าอากาศยานกับจุดหมายปลายทางในพื้นที่ โดยให้คำนึงถึงความสะดวกและความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ รวมทั้งให้ดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถนำไปสู่การพัฒนารูปแบบการให้บริการในท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยานได้อย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้ ทย. และ Grab นำร่องศึกษาความเป็นไปได้ของการดำเนินการในท่าอากาศยาน 3 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานอุดรธานี ท่าอากาศยานขอนแก่น และท่าอากาศยานอุบลราชธานี นอกจากนั้น นายภัทรพงศ์ ยังได้กำชับให้ผู้ให้บริการรถโดยสารทุกประเภทดำเนินการจดทะเบียนและปฏิบัติตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบกอย่างเคร่งครัด ก่อนนำรถโดยสารมาให้บริการในพื้นท่าอากาศยาน
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมมุ่งมั่นพัฒนาระบบการเดินทางเชื่อมต่อท่าอากาศยานภูมิภาคให้มีความสะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอดจนยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านคมนาคมให้สอดคล้องกับการเดินทางในยุคดิจิทัล อันจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยว และการเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดและภูมิภาคอย่างยั่งยืน