“กกพ.” ขยับออกใบอนุญาตขายไฟ “ดาต้าเซ็นเตอร์”

Loading

“กกพ.” ขยับออกใบอนุญาตมากำกับการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับกิจการ Data Center คุมไม่ให้กระทบค่าไฟฟ้าของประชาชน และอุตสาหกรรมเดิม

งานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “Foresight AGE Dialogue: ความมั่นคงทางพลังงานของไทยในโลกที่ผันผวน” ที่จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ณ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และการเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center โดยสำนักงาน กกพ. จะนำข้อคิดเห็นที่ได้รับไปใช้ประกอบ การพัฒนาแนวทางการกำกับกิจการพลังงาน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตควบคู่กับความมั่นคง ด้านพลังงานและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า งานสัมมนา “Foresight AGE Dialogue: ความมั่นคงทางพลังงานของไทยในโลกที่ผันผวน” ซึ่งมีประเด็นที่เกี่ยวกับกิจการปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) โดยผู้เข้าร่วมสัมมนามีความเห็นสอดคล้องกันว่า การเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center เป็นกิจการที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงมาก กกพ.จำเป็นต้องเข้ากำกับทั้งระบบผลิต ระบบส่ง และระบบจำหน่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ และอาจเกิดปัญหาการแย่งใช้ไฟฟ้ากับประชาชนและภาคอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิม

“คณะกรรมการ กกพ. มีความเห็นว่า เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่ควบคุมไม่ได้ ต่อความมั่นคงของ ระบบไฟฟ้า จำเป็นต้องใช้มาตรการการออกใบอนุญาตมากำกับการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับกิจการ Data Center โดยจะนำข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและด้านระบบไฟฟ้า เพื่อใช้ประกอบการจัดลำดับการออกใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าให้ตามความสำคัญของแต่ละโครงการ ตามประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับอย่างโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ”

นอกจากนี้ กกพ. มีแนวคิดจะขอข้อมูลหรือผลการประเมินจากหน่วยงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อพิจารณาประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศของแต่ละโครงการ ขณะที่ด้านระบบไฟฟ้าจะพิจารณาข้อมูลจากศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ เพื่อประเมินศักยภาพของระบบผลิตว่ามีปริมาณไฟฟ้าเพียงพอหรือไม่

ส่วนระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าสามารถจ่ายไฟฟ้าให้ตามปริมาณความต้องการหรือไม่ และกระทบต่อประชาชนและอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิมหรือไม่ หากจำเป็นต้องลงทุน ก็ต้องพิจารณาว่า ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนที่เกิดขึ้นจะต้องไม่กระทบค่าไฟฟ้าของประชาชน