“ขนส่ง” ครบรอบ 85 ปี เดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า เปิดตัว EV Ready

Loading

ขนส่ง” ครบรอบ 85 ปี เดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า เปิดตัว EV Ready ตรวจฟรีขับชัวร์ คาดสิ้นปี 69 กำหนดรถไฟฟ้าใหม่จดทะเบียนเป็นป้ายเฉพาะรถ EV เพื่อความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่อาคารศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการขนส่งทางถนน กรมการขนส่งทางบก ( ขบ.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานในพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมการขนส่งทางบก ครบรอบ 85 ปี และพิธีเปิดตัวโครงการ EV Ready ตรวจฟรี โดยมีนายสิริพงศ์ อังคกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ.คณะผู้บริหารและข้าราชการในสังกัดกระทรวงคมนาคม ตลอดจนผู้บริหารบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถ เข้าร่วม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขบ. ถือเป็นหน่วยงานเสาหลัก ที่อยู่คู่กับการพัฒนาประเทศมาอย่างยาวนาน เพราะระบบการขนส่งทางบกนั้น เกี่ยวข้องโดยตรงกับวิถีชีวิตของประชาชน ความปลอดภัยทางถนน ตลอดจนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการขนส่งสินค้าของประเทศ 

สำหรับก้าวต่อไป ขบ.คือการรับมือกับโลกของการเดินทางที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในมิติของเทคโนโลยี พลังงาน และรูปแบบการให้บริการ จึงมุ่งหวังที่จะเห็นขบ. ยกระดับบทบาทจากเดิมที่เป็นเพียงหน่วยงาน กำกับดูแลรถก้าวไปสู่การเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลมาตรฐาน คุ้มครองความปลอดภัย ลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน และเตรียมความพร้อมระบบขนส่งทางถนนของไทยให้ก้าวล้ำสู่อนาคต

อย่างไรก็ตามเรื่องการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบนั้น รัฐบาลมีนโยบายที่จะนำเงินกู้ 2แสนล้านบาทมาสนับสนุนการเปลี่ยนรถ ทั้งรถโดยสารสาธารณะรถจักรยานยนต์รับจ้าง และรถแท๊กซี่ เป็น EV เพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และยังเป็นการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

อย่างไรก็ตามการส่งเสริมการใช้รถ EV จะเกิดความยั่งยืนไม่ได้ หากมองเพียงมิติของการทำให้มีจำนวนรถเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียวดังนั้นภาครัฐจะต้องมีคำตอบที่ชัดเจนว่า เมื่อมีรถ EV วิ่งบนท้องถนนมากขึ้นจะต้องมีมาตรการดูแลความปลอดภัยของตัวรถ ผู้ขับขี่และผู้ร่วมใช้รถใช้ถนน

ที่สำคัญกระทรวงคมนาคมพยายามเชิญชวนคนกรุงเทพและปริมณฑลให้หันมาใช้ขนส่งสาธารณะ โดยจัดทำระบบตั๋วร่วมในอัตราค่าโดยสาร 17-45 บาท ซึ่งจะเริ่มใช้ได้ช่วงสิ้นปีเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

สำหรับในส่วนของโครงการ EV Ready ตรวจฟรีขับชัวร์ ไม่เป็นเพียงแค่การตรวจสภาพรถฟรี แต่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการวางรากฐาน และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยของรถ EV สำหรับประเทศไทย ซึ่งตนฝากให้ขบ.เร่งดำเนินการนำผลสัมฤทธิ์จากโครงการนี้ ไปต่อยอดสู่การพัฒนา มาตรฐานการตรวจสภาพรถ EV รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ บุคลากร และระบบฐานข้อมูลด้านความปลอดภัย เพื่อรองรับจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตด้วย

ด้านนายสิริพงศ์ กล่าวว่า  ขณะนี้ ขบ. อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นประชาชนเรื่องการจัดทำป้าย ทะเบียนรถสำหรับรถ EV โดยเฉพาะ เมื่อเสร็จเรียบร้อยจะออกประกาศเป็นกฎกระทรวงก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ คาดว่าขบ.จะสามารถดำเนินการจดทะเบียนเป็นป้ายทะเบียนเฉพาะรถ EV ได้ภายในสิ้นปี 2569

สำหรับสาเหตุที่ต้องจัดทำป้ายทะเบียนสำหรับรถ EV แยกจากรถทั่วไปนั้น เนื่องจากการดูแลรถพลังงานน้ำมันกับรถพลังงานไฟฟ้าจะมีความแตกต่างกันอย่างมาก เช่น เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ รถพลังงานน้ำมันอาจใช้น้ำดับไฟได้ แค่รถพลังงานไฟฟ้าจะต้องดับไฟโดยใช้สารเคมีเท่านั้นไม่สามารถใช้น้ำได้

ดังนั้น ขบ.จึงพิจารณา เห็นว่าเพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ขับขี่ และประชาชนข้างเคียง จึงมีความจำเป็นต้องแยกป้ายทะเบียนรถแต่ละประเภทให้ชัดเจน เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่น ที่ได้ดำเนินการในลักษณะนี้ไปแล้ว

ส่วนกรณีของรถ EV ที่มีป้ายทะเบียนเป็นขาวดำแบบรถทั่วไปแล้วนั้นจำเป็นต้องเปลี่ยนป้ายทะเบียนเป็นเฉพาะสำหรับรถ EV หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่ารถที่จดทะเบียนไปแล้วก่อนป้ายทะเบียนรถ EV มีผลบังคับใช้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนป้ายทะเบียน แต่ต้องไปขอ ขบ.ติดสัญลักษณ์เพิ่มที่ระบุว่าเป็นรถ EV เบื้องต้นจะเป็นสัญลักษณ์คล้ายดอกมะลิ หรือเขียนว่า EV ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

ขณะที่นายสรพงศ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 85 ปี ขบ.ได้ดำเนินภารกิจเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) 6 ด้านสำคัญเพื่อยกระดับมาตรฐานระบบขนส่งทางบกของประเทศไทยให้ก้าวสู่สากล ได้แก่

1. การส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศด้านการขนส่งทางบก : DLT พร้อมซัพพอร์ต/ซัพพอร์ต พลัส, โครงการ Govt TOP-UP, โครงการ Taxi ดีพร้อม, ไทยช่วยไทย พลัส, ลดความถี่การตรวจสภาพรถแท็กซี่อายุ 7-9 ปี จาก 3 ครั้ง เหลือ 2 ครั้งต่อปี, ลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มประสิทธิภาพขนส่ง ทั้งมาตรการ Q Mark  Q Cold Chain และการปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

2. การสนับสนุนพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน การกำหนดรูปแบบและหมวดอักษรแผ่นป้ายทะเบียนใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เป็นพื้นสีฟ้า และมีสัญลักษณ์ ชัดเจนโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถแยกแยะรถ EV ได้อย่างชัดเจน และการผลักดันมาตรการลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ลง 80% เป็นระยะเวลา 3 ปี

3. มาตรการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน การยกระดับคนและรถเพิ่มหลักสูตรอบรมการคาดการณ์อุบัติเหตุ (Hazard Perception Training) สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ และกำหนดมาตรฐานการชนด้านหน้าและด้านข้างของรถยนต์ (ตามมาตรฐาน UN R94 และ R95) ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ 1 ม.ค. 2571 และการดำเนินมาตรการเชิงรุก บังคับให้รถกระบะยกเท (รถดัมพ์) ต้องติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนในห้องผู้ขับเพื่อป้องกันอุบัติเหตุลืมลดกระบะจนชนสะพาน พร้อมยกระดับจุดตรวจ Checking Point 28 แห่ง ให้เป็นสถานีถาวรโดยดึงเอกชนร่วมลงทุน รวมถึงการ แก้ไขวัตถุประสงค์การใช้เงินกองทุน กปถ. เพื่อให้อุดหนุนรถสาธารณะและรถโรงเรียนได้โดยตรง

4. การยกระดับรถโรงเรียนมาตรฐานสากล ดำเนินการจัดประชุมบูรณาการ “Roadmap to School Bus Safety” ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

5. การกำกับดูแลรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ร่วมมือ 8 แอปพลิเคชันให้บริการรถรับจ้าง เพื่อยกระดับขับรถให้มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ โดยตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2569 เป็นต้นไป จะห้ามรับผู้ขับรถรายใหม่ที่ไม่มีใบอนุญาตฯ และแอปฯ ต้องระงับการจ่ายงานแก่ผู้ที่ทำผิดกฎระเบียบ

6. การต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลภาครัฐ ดำเนินการเชื่อมโยงระบบตรวจสอบประวัติอาชญากรผ่านระบบ Linkage Center กับกรมราชทัณฑ์และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยลดระยะเวลาออกใบอนุญาต และพัฒนาระบบต่ออายุใบอนุญาตขับรถออนไลน์ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” สำหรับผู้มีอายุไม่เกิน 55 ปี (ขาดต่ออายุไม่เกิน 1 ปี) พร้อมยกเว้นการทดสอบปฏิกิริยา รวมถึงผลักดันระบบงานใบอนุญาตประกอบการขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ด้วยรถบรรทุก (DLT E-Transport License) เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์และลดการใช้กระดาษอย่างเต็มรูปแบบ (Paperless 100%) โดยในปีนี้ มุ่งมั่นขับเคลื่อนพลังแห่งความปลอดภัยผ่านแนวคิด “4 ให้” คือ “ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต ให้ความสุข”

สำหรับโครงการ “EV Ready ตรวจฟรี ขับชัวร์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้รถไฟฟ้า โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถนำรถไฟฟ้า ทั้งรถไฟฟ้าล้วน รถไฮบริด และรถปลั๊กอินไฮบริด เข้ารับการตรวจโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยครอบคลุมการตรวจสอบความปลอดภัยของแบตเตอรี่แรงดันสูง และระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไฟฟ้า ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหา (OBD) และการตรวจสอบทางกายภาพ เพื่อประเมินความพร้อมของรถ พร้อมรับคำแนะนำในการดูแลรักษารถ เพื่อให้สามารถใช้งานรถได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ขบ.จะร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนามาตรฐานการตรวจสภาพรถไฟฟ้า พัฒนาองค์ความรู้และระบบข้อมูลด้านความปลอดภัย ตลอดจนจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลในการใช้งานรถไฟฟ้าอย่างปลอดภัยเผยแพร่ในช่องทางต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน และเชื่อมั่นว่า โครงการ “EV Ready ตรวจฟรี ขับชัวร์”จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถไฟฟ้า ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ระบบคมนาคมขนส่งที่ทันสมัย ปลอดภัย และยั่งยืนต่อไป