การบินไทย กางแผนตารางบินฤดูหนาว บินสู่ 50 เส้นทางทั่วโลก ลุ้นตลาดจีนคึกคักรับ VISA Free 

ผู้ชมทั้งหมด 7,715 

การบินไทย กางแผนตารางบินฤดูหนาว บินสู่ 50 เส้นทางทั่วโลก เพิ่มความถี่เที่ยวบินเส้นทางบินยอดนิยมในญี่ปุ่น ลุ้นตลาดจีนคึกคักรับ VISA Free พร้อมบินอิสตันบูล 1 ธ.ค.นี้ ยกเป็นจุดศูนย์กลางการบิน เอเชีย ยุโรป แอฟริกา ทยอยจัดหาเครื่องบิน 14 รองรับการแข่งขัน

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงตารางการบินฤดูหนาว ปี 2566 เริ่มวันที่ 29 ตุลาคม 2566 – 30 มีนาคม 2567 การบินไทยจะทำการบินสู่ 50 เส้นทางทั่วโลก และเส้นทางบินในประเทศที่ทำการบินแทนไทยสมายล์ 9 เส้นทาง รวมถึงเพิ่มความถี่เที่ยวบินเส้นทางบินยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง ทำการบินสัปดาห์ละ 21 เที่ยวบิน (1กุมภาพันธ์ 2567 เพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 28 เที่ยวบิน) สิงคโปร์ ทำการบินสัปดาห์ละ 21 เที่ยวบิน (1กุมภาพันธ์ 2567 เพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 35 เที่ยวบิน) ไทเป ทำการบินสัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน (1ธันวาคม 2566 เพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 14 เที่ยวบิน) โซล ทำการบินสัปดาห์ละ 21 เที่ยวบิน

กลุ่มตลาดเอเชียเหนือ ญี่ปุ่นขายดี

ส่วนประเทศญี่ปุ่นในเป็นตลาดที่อยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียเหนือ (ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง) ปัจจุบันจะได้รับความนิยมมียอดขายดีที่สุดในกลุ่มเอเชียเหนือ โดยในช่วงตารางบินฤดูหนาวจะทำการบินสู่ประเทศญี่ปุ่น รวม 6 เส้นทาง พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ-ซัปโปโร จาก 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ 2.กรุงเทพฯ-ฟุกุโอกะ จาก 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ 3.กรุงเทพฯ-โตเกียว (นาริตะ) ทำการบินทุกวัน สัปดาห์ละ 14 เที่ยวบิน 4.กรุงเทพฯ-โตเกียว (ฮาเนดะ) ทำการบินทุกวัน สัปดาห์ละ 14 เที่ยวบิน, 5.กรุงเทพฯ-นาโกยา ทำการบินทุกวัน สัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน, และ 6.กรุงเทพฯ-โอซากา ทำการบินทุกวัน สัปดาห์ละ 14 เที่ยวบิน นอกจากนี้การบินไทยยังมีแผนที่จะทำ Charter flight ไปยังเซ็นไดและโคมัตสึในช่วงสิ้นปีนี้

ทั้งนี้การบินไทยได้คาดการณ์ว่าความต้องการของชาวญี่ปุ่นที่จะเดินทางมายังประเทศไทยจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นได้รณรงค์ให้ชาวญี่ปุ่นเดินทางไปยังต่างประเทศมากขึ้น อีกทั้งสถานการณ์ Covid ได้คลี่คลายมากขึ้นแล้ว ซึ่งประเทศไทยถือเป็นจุดมุ่งหมายอันดับต้นๆสำหรับชาวญี่ปุ่น เพื่อเดินทางไปพักผ่อนหรือติดต่อเจรจาธุรกิจ ซึ่งการบินไทยมีผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถตอบโจทย์ชาวญี่ปุ่นได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นตารางบินที่ครอบคลุม เครื่องบินที่ทันสมัยและสะดวกสบาย การบริการตามแบบฉบับไทยที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบ หรือแม้กระทั่งสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ผู้โดยสารจะได้รับ ไม่ว่าจากการบินไทยเองและจากพันธมิตรทางธุรกิจ อีกทั้งการบินไทยยังมีเครือข่ายเส้นทางการบินที่ครอบคลุมจุดมุ่งหมายของชาวญี่ปุ่นต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น CLMV อินเดีย ปากีสถาน รวมถึงยุโรป ดังนั้นจึงคาดว่าในปี 2567 นี้การเดินทางของชาวญี่ปุ่นมายังไทยน่าจะมีจำนวนมาก อย่างไรก็ตามตลาดญี่ปุ่นนั้นในช่วงไตรมาส 4/2566 คาดว่าจะมี Cabin Factor เฉลี่ย 80-85% 

ตลาดจีนลุ้นช่วง Golden Week รับอานิสงส์ VISA Free 

ส่วนภาพรวมเส้นทางบินจีน ตอนนี้การบินไทยบินจีนอยู่ 5 เส้นทาง ยังไม่ครบเดิม 7 เส้นทาง โดยในช่วงตารางการบินฤดูหนาวจะเพิ่มความถี่เที่ยวบินปักกิ่ง จาก 6 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์, เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว ทำการบิน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์, คุนหมิง จาก 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์, และเฉิงตู จาก 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ส่วนเมืองเซียะเหมิน กับเมืองฉงชิ่ง ยังไม่ได้กลับไปทำบิน

ทั้งนี้หลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการ VISA Free ให้กับนักท่องเที่ยวจีน และคาซัคสถาน ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 25 กันยายน 2566 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2567 รวมระยะเวลา 5 เดือน ส่งผลให้ยอดจองใน Travel online platform เช่น Ctrip, Tuniu จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เป็นทิศทางที่ดีต่อการตอบรับการเดินทาง ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็น นักท่องเที่ยวแบบเดินทางคนเดียว (FIT) เพิ่มขึ้น และแนวโน้มจะเป็นผู้โดยสารที่มีอายุน้อยเดินทาง ส่วนนักท่องเที่ยวลักษณะกลุ่มใหญ่ (Charter และ GIT) ที่จะเดินทางมาจากเมืองรองเป็นส่วนใหญ่ ต้องจับตาดูสถานการณ์ในช่วงโกลเด้นวีค (Golden Week) ของจีน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลวันไหว้พระจันทร์และวันหยุดแห่งชาติของจีน ตั้งแต่ 29  กันยายน – 6 ตุลาคม 2566 อย่างไรก็ตามในช่วงไตรมาส 4/2566 คาดว่าจะมี Cabin Factor ของเส้นทางจีนอยู่ที่ 70-75%

“มาตรการ VISA Free ให้กับนักท่องเที่ยวจีน และคาซัคสถาน ก็คาดว่านักท่องเที่ยวจะเพิ่มถ้านักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยมากขึ้นการบินไทยก็ได้อานิสงส์ แต่จะช่วยดันผู้โดยสารจีนเพิ่มขึ้นเท่าไหร่นั้นประเมินยาก รอดูปลายเดือนกันยายน ต้นเดือนตุลาคม เป็นช่วงโกลเด้นวีคของจีนก่อน และหลังโกลเด้นวีคจะยังเพิ่มขึ้นมั้ยหรือลดลงอีก ในขณะที่เศรฐกิจจีนก็ยังไม่ฟื้นตัวดี รัฐบาลจีนเลยยังไม่ส่งเสริมให้คนเที่ยวนอกประเทศ” นายชาย กล่าว

เปิดเส้นทางบินอิสตันบูลศูนย์กลางเชื่อมเอเชีย ยุโรป แอฟริกา

นายชาย กล่าวว่า การบินไทยเตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพฯ – อิสตันบูล โดยการบินไทยจะทำการบินด้วยแอร์บัส A350-900 จำนวน 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เริ่ม 1 ธันวาคม 2566 โดยอิสตันบูล เป็นจุดศูนย์กลางระหว่างทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ที่สามารถเชื่อมต่อเที่ยวบินไปยังจุดหมายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

การเปิดเส้นทางบินใหม่สู่อิสตันบูล นอกจากจะยกระดับการเป็นสายการบินที่มีเครือข่ายเชื่อมต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และออสเตรเลีย ยังสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับตุรกีและประเทศอื่นๆ ในกลุ่มยุโรปตะวันออก ส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าและการลงทุนของทั้งสองประเทศ รวมทั้งการกระจายฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากประเทศตุรกีเป็นตลาดที่มีประชากรกว่า 85.3 ล้านคน และมีขนาดมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 906 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อีสตันบูลทำการบินไปยุโรป 120 เมือง ฉนั้นจึงมองโอกาสที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมาประเทศไทยอีกจำนวนมาก

นอกจากนี้ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บริษัท การบินไทยฯ ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจกับเตอร์กิชแอร์ไลน์ส เพื่อหารือถึงแนวทางการยกระดับความร่วมมือในการขยายเครือข่ายเส้นทางบินทั้งในเอเชียและยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ฮังการี  บูดาเปสต์ จอร์เจีย รวมถึงคาซัคสถาน เพื่อรองรับผู้โดยสารที่คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคาซัคสถานหลังจากรัฐบาลออกมาตรการ VISA Free ก็คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้น สำหรับสัดส่วนทางการตลาด Top 3 คือ ยุโรป ยังคงเป็นอันดับหนึ่ 30% ตามด้วย ในประเทศ 27% และเอเชียเหนือ ( Northern) 20% เอเชียใต้ (Southern) 13% กลุ่มตลาดตะวันออกกลาง (Western & Middle East) 10%

บินในประเทศ 9 เส้นทาง

ส่วนการปรับโครงสร้างธุรกิจของการบินไทยที่จะรวมไทยสมายล์เข้ามาคาดว่าจะเสร็จในเดือนมกราคม 2567 โดยขณะนี้ได้โอนฝูงบินแอร์บัส A320 ของไทยสมายล์มาแล้ว 4 ลำ เหลืออีก 16 ลำ และทยอยโอนนักบินและลูกเรือและจุดบินมาด้วย โดยที่เริ่มทำการบินในเส้นทางระหว่างประเทศไปแล้ว ได้แก่ ร่างกุ้ง ธากา เวียงจันทน์ และพนมเปญ อาห์เมดาบัด เกาสง ปีนัง และกัลกัตตา เหลือเส้นทางเวียดนาม ได้แก่ ฮานอย โฮจิมินห์ และเชียงใหม่ จะเริ่มทำการบิน 29 ตุลาคม และกาฐมาณฑุ เริ่มทำการบิน 1 ธันวาคม 2566

สำหรับเส้นทางภายในประเทศ การบินไทยจะทยอยทำการบินเส้นทางในประเทศรวม 9 เส้นทาง ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A320 ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม เป็นต้นไป ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี กระบี่ หาดใหญ่ นราธิวาส และภูเก็ต (ซึ่งจะมีเส้นทางภูเก็ต 1 เที่ยวบิน ที่เริ่มทำการบินตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป ด้วยโบอิ้ง 777-200ER ที่เป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวจากนโยบายฟรีวีซ่าของรัฐบาล)

นายชาย กล่าวถึงแผนจัดหาเครื่องบินว่า ตามแผนฟื้นฟูกิจการ การบินไทยจะต้องมีเครื่องบินทำการบินเป็น 95 ลำ ภายในปี  2570 ปัจจุบันมีเครื่องบินอยู่ 45 ลำ และได้จัดหาใหม่ 11 ลำ ที่จะทยอยรับมอบในต้นปี 2567 รวมแล้วเป็น 56 ลำ เมื่อรวมกับไทยสมายล์ 20 ลำ เป็น 76 ลำ ขณะเดียวกันก็ต้องปลดระวางเครื่องบิน B777-200 ER ออกไป 5 ลำ ซึ่งก็จะทำให้เหลือเครื่องบิน 90 ลำ ดังนั้น การบินไทยก็ต้องจัดหาเพิ่มอีก 14 ลำ ภายในปี 2570 โดยรุ่นเครื่องบินที่ต้องการเข้ามาเสริมทัพ เป็น A350, B777 ,B787 ทั้งนี้ เมื่อการบินไทยมีเครื่องบินใหม่เข้ามาเสริมทัพ ก็เตรียมที่จะกลับไปบินเมืองออสโล, มิลาน และซิดนีย์ ที่มีดีมานด์อยู่