ขร.เร่งศึกษากำหนดอัตราค่าโดยสารระบบราง ชี้นโยบายค่าโดยสารถูกทำได้จริงพร้อมเสนอรัฐบาลใหม่

ผู้ชมทั้งหมด 20,379 

ขร.เร่งศึกษาการกำหนดอัตราค่าโดยสารระบบรางต้องเท่าเทียม เก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียว ลุ้นพ.ร.บ.ขนส่งทางรางผ่านสภาผู้แทนราษฎรปีนี้ ชี้นโยบายอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคาถูกทำได้จริงพร้อมเสนอรัฐบาลใหม่

ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานสัมมนารับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 โครงการศึกษากำหนดอัตราค่าโดยสารขั้นสูง ค่าแรกเข้า และหลักเกณฑ์การขึ้นอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบราง ว่า ระบบขนส่งมวลชนในระบบอื่นไม่ว่าจะเป็น เครื่องบินโดยสาร รถโดยสาร เรือโดยสาร นั้นมีการกำหนดเพดานค่าโดยสารขั้นสูงกันหมดแล้ว มีเพียงระบบขนส่งทางรางที่ยังไม่มีการกำหนด และไม่มีการควบคุม ดังนั้นกรมการขนส่งทางรางจึงอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการศึกษากำหนดอัตราค่าโดยสารขั้นสูง ค่าแรกเข้า และหลักเกณฑ์การขึ้นอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบราง ซึ่งการพิจารณาต้องต้องศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างต้นทุนระบบราง คำนวณค่าใช้บริการ ค่าใช้จ่ายราง และค่าสัมปทานอย่างรอบคอบ รวมถึงมาตรการกำกับค่าโดยสารฯ ร่างข้อกำหนดกฎระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรการส่งเสริมการเดินทางด้วยขนส่งมวลชนทางราง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรม ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนระบบรางได้อย่างเสมอภาค เท่าเทียม สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็ว 

อย่างไรก็ตามการกำหนดอัตราค่าโดยสารขั้นสูง ค่าแรกเข้า และหลักเกณฑ์การขึ้นอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบรางนั้นอยู่ในร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางราง พ.ศ. …. ดังนั้นจึงต้องเสนอพ.ร.บ. ขนส่งทางรางต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลชุดใหม่ภายใน 60 วันหลังจากตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาผ่านร่าง พ.ร.บ. ขนส่งทางราง ซึ่งหากเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก็จะเป็นการพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ได้เลย เนื่องจากในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 1 แล้ว ซึ่งหากรัฐบาลใหม่ไม่มีข้อให้แก้ไขอะไรก็คาดว่า พ.ร.บ. ขนส่งทางรางจะสามารถออกประกาศและมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้ ดังนั้นการกำหนดอัตราค่าโดยสารขั้นสูง ค่าแรกเข้า และหลักเกณฑ์การขึ้นอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบรางจะสามารถทยอยประกาศบังคับใช้ได้ทันทีไม่ต้องรอผลการศึกษาแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2567

ทั้งนี้การกำหนดอัตราค่าโดยสารขั้นสูง ค่าแรกเข้า และหลักเกณฑ์การขึ้นอัตราค่าโดยสารนั้นจะบังคับใช้กับระบบรางทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น รถไฟ รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่ยังไม่ลงนามสัญญาสัมปทาน รวมถึงโครงการที่สิ้นสุดสัญญาสัมปทาน เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย โครงการรถไฟฟ้าสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก), โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) เป็นต้น โดยการกำหนดอัตราค่าโดยสารจะต้องเก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียวทั้งระบบราง ซึ่งจะส่งผลให้ค่าโดยสารถูกลงเมื่อเก็บค่าแรกเข้าอัตราเดียว ส่วนการเก็บค่าแรกเข้าในปัจจุบันจะไม่เท่ากันเฉลี่ยที่ 12-17 บาท

“โครงการการกำหนดอัตราค่าโดยสารขั้นสูง ค่าแรกเข้า และหลักเกณฑ์การขึ้นอัตราค่าโดยสารจะเป็นส่วนความสำคัญในการกำหนดโครงสร้างอัตราค่าโดยสารที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนจากปัจจุบันไปสู่อนาคต การกำหนดเงื่อนไขของการเข้าระบบตั๋วร่วมที่ครอบคลุมทุกโครงข่าย และความถูกต้องครบถ้วนของขั้นตอนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ และจะทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยมีปริมาณผู้โดยสารมากขึ้นจากอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรม ที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน”ดร.พิเชฐ

ส่วนกรณีพรรคการเมืองมีนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคาถูกลง อย่างเช่น พรรคก้าวไกล มีนโยบายค่าโดยสารเริ่มต้น 15- สูงสุด 45 บาท พรรคเพื่อไทย 20 บาทตลอดสายนั้น ดร.พิเชฐ กล่าวว่า เหมาะสมทุกราคาแต่ก็ต้องดูในรายละเอียดว่าเป็นนโยบายสำหรับกลุ่มใด เช่น กลุ่มผู้มีรายได้น้อย และต้องดูใช้ระยะเวลาในการสนับสนุนราคาค่าโดยสารด้วย เพราะจะทำให้ทราบว่าต้องใช้งบประมาณในการสนับสนุนอย่างไร ในขณะเดียวกันกรมการขนส่งทางรางก็ได้เตรียมพร้อมข้อมูล และรายละเอียดต่างๆ ไว้หมดแล้ว ทั้งรูปแบบการเก็บค่าโดยสาร จำนวนผู้โดยสารกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นประจำ เพื่อเป็นข้อมูลให้กับรัฐบาลใหม่ว่าจะต้องสนับสนุนอัตราค่าโดยสารให้กับประชาชนกลุ่มใด้บ้าง และต้องใช้วงเงินในการอุดหนุนอย่างไร