ครม.อนุมัติ กฟภ.ดำเนินโครงการพัฒนาระบบมิเตอร์อัจฉริยะฯ กว่า 10 ลบ. ภายใต้เงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน

Loading

ครม.อนุมัติ โครงการพัฒนาระบบมิเตอร์อัจฉริยะและระบบกักเก็บพลังงาน กรอบวงเงิน 10,811.60 ล้านบาท ภายใต้เงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ มอบ กฟภ. เป็นผู้ดำเนินการ

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้ (27 ต.ค.2569) มติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอขออนุมัติโครงการพัฒนาระบบมิเตอร์อัจฉริยะและระบบกักเก็บพลังงาน (ภายใต้โครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ) ภายใต้   พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ ดังนี้

1. อนุมัติโครงการพัฒนาระบบมิเตอร์อัจฉริยะและระบบกักเก็บพลังงาน (ภายใต้โครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ) กรอบวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 10,811.60 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

ประกอบด้วย (1) การจัดหาระบบมิเตอร์อัจฉริยะพร้อมโมดูลสื่อสาร จำนวน 1.7 ล้านชุด วงเงิน 7,241.60 ล้านบาท และ (2) ระบบโครงสร้างพื้นฐานมิเตอร์อัจฉริยะ กรอบวงเงิน 3,570.00 ล้านบาท

2. มอบหมายให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) เตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการ ดังนี้

          2.1 กำกับดูแลการจัดหาระบบมิเตอร์อัจฉริยะและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิคอย่างเคร่งครัด รวมทั้งส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ และบริการภายในประเทศ (Local Content) ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องและยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย

          2.2 กำหนดแนวทางการให้บริการระบบมิเตอร์อัจฉริยะที่ยืดหยุ่นตามความจำเป็นและความต้องการใช้งาน เพื่อรองรับการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่อื่น ร่วมกับพื้นที่ศักยภาพสูง รวมทั้งประเมินความต้องการติดตั้งระบบมิเตอร์อัจฉริยะในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความต้องการใช้งานจริง ขีดความสามารถในการติดตั้งอุปกรณ์ และความเชื่อมโยงกับโครงการอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ โครงการ Solar ภาคประชาชน เพื่อให้การจัดหา การส่งมอบ และการติดตั้งอุปกรณ์เป็นไปอย่างสอดประสานกัน ลดความเสี่ยงจากปัญหาคอขวด (Bottleneck)

          2.3 กระทรวงมหาดไทย และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ดำเนินการทุกขั้นตอนตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ รวมถึงบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบและครอบคลุมทุกขั้นตอนการดำเนินงาน

3. เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบมิเตอร์อัจฉริยะเพื่อสนับสนุนการวางแผนและบริหารจัดการพลังงานของประเทศ โดยบูรณาการการดำเนินโครงการร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กำหนดแนวทางและรูปแบบการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลจากระบบมิเตอร์อัจฉริยะอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะมาตรการตอบสนองด้านโหลด (Demand Response) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าและลดความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูงสุด

ทั้งนี้ ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพิจารณากำหนดแนวทางการขอความยินยอมจากผู้ใช้ไฟฟ้า เพื่อให้หน่วยงานสามารถเข้าถึง  และใช้ประโยชน์จากข้อมูลมิเตอร์อัจฉริยะได้อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และการกำหนดขอบเขตและสิทธิการเข้าถึงข้อมูลให้สอดคล้องกับภารกิจและความจำเป็นของแต่ละหน่วยงาน

4. มอบหมายให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการเพื่อประเมินประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของการลงทุน

5. สำหรับการเบิกจ่ายเงินของโครงการ ขอให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทยอยเบิกจ่ายตามจำนวนมิเตอร์ ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สามารถติดตั้งได้จริง ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

ทั้งนี้ หากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่สามารถติดตั้งมิเตอร์ได้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนด เห็นควรให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พิจารณาใช้เงินแหล่งอื่นของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมทั้ง ให้รับความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป