“บิ๊กตู่” เปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีเหลืองทั้ง 23 สถานี ค่าโดยสาร 15 – 45 บาท

ผู้ชมทั้งหมด 4,121 

“บิ๊กตู่” เปิดเดินรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง มั่นใจทั้ง 23 สถานี จากลาดพร้าว – สำโรง พร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนแล้ว ตั้งแต่ 19 มิถุนายน ขณะที่ค่าโดยสารเริ่มต้น 15 – 45 บาท เร่งคมนาคมชง ครม.เคาะอัตราค่าโดยสาร ก่อนเริ่มเก็บจริง 3 ก.ค.นี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดให้ประชาชนร่วมทดลองเดินรถเสมือนจริง (Trial Run)ตลอดสายอย่างเป็นทางการ โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง โดยนายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการโครงการฯที่ศูนย์ซ่อมบำรุงใกล้สถานีศรีเอี่ยม โดยมีนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม รักษาการ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งนี้ตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป ได้เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการฟรีตลอดสายครบทั้ง 23 สถานี ซึ่งมีประชาชนมาร่วมทดลองจำนวนมาก

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ได้ร่วมทดลองนั่งรถไฟฟ้าสายสีเหลืองก็รู้สึกสบายดี ถือเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการเชื่อมต่อการเดินทาง และยินดีที่สามารถเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบแล้ว ขอให้ทุกคนปลอดภัยในการใช้บริการรถไฟฟ้า ทั้งนี้เราได้วางแผนเรื่องการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้าในลักษณะใยแมงมุม รวมถึงการพิจารณาใช้ตั๋วร่วมตลอดการเดินทาง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยเฉพาะเรื่องการยกเว้นค่าแรกเข้าในการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าแต่ละสายด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงอัตราค่าโดยสารที่เริ่มต้น 15 บาท-  45 บาท ซึ่งจะเริ่มเก็บในวันที่ 3 ก.ค.นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้กระทรวงคมนาคมระบทราบแล้ว และเตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบแล้ว

ด้านนายอธิรัฐ  กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้การพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของประเทศไทยสำเร็จลุล่วงตามแผนงานโดยเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน เติมเต็มโครงข่ายการคมนาคมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วยให้ประชาชนเดินทางจากชานเมืองสู่ใจกลางเมืองได้แบบไร้รอยต่อ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ กระทรวงคมนาคม จึงเร่งกำกับการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายสีเหลือง และเริ่มเปิดให้ประชาชนร่วมทดสอบเดินรถในบางช่วงเส้นทางตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา และเวลานี้มีความพร้อมที่จะขยายเส้นทางทดลองให้บริการแก่ประชาชนครบตลอดสายทั้ง 23 สถานีแล้ว

ขณะที่ นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา รฟม.ได้ทดสอบการเดินรถในแต่ละระยะ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ Trial Run ของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สำหรับสถานีลาดพร้าวเป็นสถานีสุดท้ายของโครงการฯ ที่พร้อมให้ประชาชนเข้าร่วม Trial Run ได้ตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยสถานีนี้ตั้งอยู่บริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว และเป็นสถานีเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง กับ รถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก และจังหวัดสมุทรปราการ สามารถเดินทางเชื่อมต่อเข้าสู่รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายหลักที่วิ่งให้บริการในพื้นที่ใจกลางเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้  รฟม. ตั้งเป้าหมายว่า รถไฟฟ้าสายสีเหลือง จะสามารถเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนก.ค.นี้

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (BTS) กล่าวว่า บริษัทฯได้ประกาศให้ประชาชนทดลองใช้บริการฟรีเป็นเวลา 1 เดือน และเบื้องต้นประเมินว่าจะให้บริการในรูปแบบเชิงพาณิชย์ ที่จะเริ่มเก็บค่าโดยสารในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้ยื่นขออนุมัติอัตราราคาค่าโดยสารตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในสัญญาแล้ว และคาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการสูงสุดเฉลี่ยวันละ 2 แสนคน

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองล่าช้ามา 2 ปี เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งการสื่อสารที่มีความล่าช้า ทั้งบริษัทและบริษัทผู้รับเหมาที่ติดปัญหาเรื่องแรงงาน รวมถึงรฟม. ที่มีความคิดเห็นต่างกัน

ส่วนความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี นั้น อยู่ระหว่างเร่งรัดงานก่อสร้าง ซึ่งก็มีความล่าช้าจากผลกระทบของโควิด-19 เช่นกัน แต่ประเมินว่าน่าจะสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จ และทยอยเปิดให้ประชาชนใช้บริการได้ในช่วงเดือนพ.ย.66 นี้ ทั้งนี้หากจะให้ประเมินความเสียหายที่เกิดจากความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูก็น่าจะเสียหายเป็นมูลค่ารวมประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากดอกเบี้ยและต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นด้วย

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการ บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (EBM) กล่าวว่า เบื้องต้นประเมินรายได้ปี 66 จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองประมาณ 1 พันล้านบาท จากการคาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริหารสูงสุด 2 แสนคนต่อวัน และค่าโดยสารเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 30 บาทต่อคน อย่างไรก็ตามบริษัทฯได้เตรียมแผนจะจัดหาขบวนรถโดยสารให้เพียงพอต่อการให้บริการของประชาชนจากปัจจุบันให้บริการ 1 ขบวนจำนวน 4 ตู้โดยสาร และหากพบว่ามีผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้นจำนวนมากก็จะเพิ่มจำนวนที่ให้บริการเป็น 7 ตู้ต่อ 1 ขบวน รวมถึงเพิ่มความถี่ในการให้บริการในชั่วโมงเร่งด่วน(Peak) 5 นาทีต่อขบวน และนอกชั่วโมงเร่งด่วน(Off Peak) 10 นาทีต่อขบวน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้โดยสารให้มากที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง มีระยะทาง 30.4 กม. ซึ่งเปิดให้บริการครบทั้ง 23 สถานีแล้วในเวลา 06.00- 21.00 น. และตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.จะปรับเวลาเปิดให้บริการเป็น 06.00- 24.00 น