![]()
หลังจากผ่านพ้นโควิด-19 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ AOT ก็กลับมาทำผลงานเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุดผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนมิถุนายน 2569) นั่นมีกำไรสุทธิโดยมีกำไรสุทธิจำนวน 14,812.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 549.96 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.86 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตามหากมองในภาพรวมทั้งปี 2569 คาดว่าจะเติบโตมากกว่าปีงบประมาณ 2568 ที่มีกำไรสุทธิ 18,125.21 ล้านบาท ซึ่งในปีงบประมาณ 2569 หรืออีก 3,312.87 ล้านบาทกำไรก็จะเติบโตเทียบเท่าปีงบประมาณ 2568 โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/2569 คาดการณ์กำไรสุทธิจะอยู่ในระดับ 4,000 – 5,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยหนุนมาจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) เส้นทางระหว่างประเทศจาก 730 บาทเป็น 1,120 บาทต่อคน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 ขณะเดียวกันการเดินทางระหว่างประเทศก็จะเริ่มทยอยปรับตัวสูงขึ้นตามฤดูกาลก่อนเข้าสู้ช่วงไฮซีซั่นปลายปี
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ใน 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนมิถุนายน 2569) มีจำนวนเที่ยวบินรวม 605,838 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.61 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 340,118 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 265,720 เที่ยวบิน มีจำนวนผู้โดยสารรวม 99.03 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.84 แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 60.24 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 38.79 ล้านคน
ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 AOT มีรายได้รวมทั้งสิ้น 50,205 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.39 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายหรือการให้บริการลดลง 707.73 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.39 จากการลดลงของรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน 1,404.29 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.56 ในขณะที่รายได้เกี่ยวกับกิจการการบินเพิ่มขึ้น 696.56 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.72 ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 815.44 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.55
เพิ่มประสิทธิให้บริการ เล็งกลับมาเปิดร้านค้า Duty Free ขาเข้า
นางสาวปวีณา กล่าวว่า สำหรับแผนเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการควบคู่กับการเพิ่มรายได้นั้น AOT ได้มีการพิจารณาเพิ่มรูปแบบการให้บริการแบบ Premium Service ซึ่งเป็นบริการช่องทางพิเศษที่ท่าอากาศยานชั้นนำทั่วโลกนำมาใช้เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกรวดเร็วให้แก่ผู้โดยสาร รวมทั้งช่วยบริหารจัดการและลดความแออัดภายในอาคารผู้โดยสาร นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการกลับมาเปิดให้บริการร้านค้าปลอดอากร (Duty Free) ขาเข้า เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกในการใช้บริการแก่ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศ อีกทั้งจะเพิ่มแนวทางเพื่อการบริหารจัดการหลุมจอดอากาศยานให้สามารถรองรับเที่ยวบินที่เพิ่มมากขึ้น
เอกชนสนใจลงทุนพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสนามบิน AOT
AOT ยังคงเดินหน้าผ่านการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบท่าอากาศยานของ AOT ด้วยการเปิดโอกาสให้เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจมาร่วมลงทุนเพื่อต่อยอดรายได้ระยะยาว โดยขณะนี้มีรายได้เพิ่มจากกิจกรรมการพัฒนาพื้นที่ อาทิ การให้เช่าที่ดินแปลงศูนย์บริการและสนับสนุนกิจการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มเติม ที่จอดรถยนต์ ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ อีกทั้ง แปลงถนนวัดศรีวารีน้อย 723 ไร่ บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะนี้มีเอกชนสนใจลงทุน 3-4 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ด้านการขนส่งสินค้าและบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีศักยภาพในการเชื่อมต่อระบบการขนส่งสินค้าทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศได้สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น จึงคาดว่าหากเปิดให้บริการจะช่วยลดระยะเวลากระบวนการส่งออก และนำเข้าสินค้าทางอากาศเหลือเพียง 3 ชั่วโมง
AOT มุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมอบประสบการณ์เดินทางที่ดีเยี่ยมในระดับสากล ครอบคลุมทั้งด้านความสะดวก ปลอดภัย ทันสมัย และเป็นมิตรกับผู้โดยสาร ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการบริหารท่าอากาศยาน ไปพร้อมกับการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (World-class Aviation Hub) ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของชาติต่อไป
ส่วน