บี.กริม จับมือ ENTEC พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทน

ผู้ชมทั้งหมด 488 

บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และ ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการร่วมมือด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทน เพื่อต่อยอดองค์ความรู้และนวัตกรรม พร้อมบูรณาการเชื่อมโยงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนเข้ามา รวมถึงส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้และทักษะด้านการวิจัย เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในอนาคต

นายดอน ทยาทาน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ – สายงานลูกค้าสัมพันธ์และปฏิบัติการโรงไฟฟ้า 2 บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บี.กริม เพาเวอร์ เล็งเห็นถึงโอกาสในการร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อร่วมมือด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทน หรือการสนับสนุนด้านอื่นๆ เพื่อต่อยอดองค์ความรู้และนวัตกรรม โดยนำความเชี่ยวชาญของ สวทช. เกี่ยวกับการพัฒนางานและการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำโซลาร์เซลล์ที่หมดอายุ เสื่อมสภาพ หรือไม่ได้ใช้งาน มารีไซเคิลเป็นโซลาร์เซลล์ใหม่หรือผลิตเป็นอย่างอื่น เพื่อตอบโจทย์การใช้พลังงานทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการใช้พลังงานไฟฟ้าที่สามารถควบคุมปริมาณการใช้ได้อย่างเหมาะสม และการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

“บี.กริม มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาการใช้งานพลังงานทางเลือกอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมศักยภาพการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านการใช้พลังงานทางเลือกอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายดอน กล่าว 

สำหรับศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นหน่วยงานหลักในการสร้างความเป็นเลิศในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานของประเทศเกิดการเชื่อมโยงงานวิจัยและพัฒนาของกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่มีบทบาทเกี่ยวข้องต่างๆเพื่อขับเคลื่อนแผนพลังงานไปสู่การปฏิบัติ พร้อมเกิดฐานองค์ความรู้ที่บูรณาการร่วมกันมากขึ้น เพื่อนำประเทศสู่อิสรภาพทางด้านเทคโนโลยี