ผู้ผลิตไบโอดีเซล หวั่นรัฐลดเกรดดีเซลต่ำกว่า บี5 ทำอุตสาหกรรมฯวิกฤติ

ผู้ชมทั้งหมด 509 

สมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย แจง ลดสัดส่วนผสม B100 ในดีเซลลงทุก 1% ช่วยลดราคาขายปลีก 0.1-0.15 บาทต่อลิตรเท่านั้น โอดหากรัฐลดสัดส่วนการผสมต่ำกว่า B5 กระทบอุตสาหกรรมไบโอดีเซลขั้นวิกฤติ เผยที่ผ่านมาลดจากB7 เหลือB5 ปริมาณการใช้ไบโอดีเซลลดลงถึง 35-40% คิดเป็นมูลค่า 50-60 ล้านบาทต่อวัน

รายงานข่าวจากสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย ระบุว่า ปัจจุบันผู้ผลิตไบโอดีเซลเผชิญวิกฤติจากการปรับลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดิบที่สูงขื้น จากราคาพืชน้ำมันในตลาดโลกและวิกฤติสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยทางสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย เข้าใจว่ามีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยคิดว่าการปรับลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซล (B100) ลงจะช่วยให้ราคาจำหน่ายดีเซลลดลงได้มากถึง 2-3บาทต่อลิตร ต่อการปรับสัดส่วนการผสมลง 1% รวมถึงราคาสินค้าต่างๆ ที่ผลิตจากน้ำมันปาล์ม ก็อาจจะปรับลดลงด้วยเช่นกัน แต่อันที่จริงแล้วการปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซลลงจะส่งผลให้ราคาจำหน่ายดีเซลลดลงเพียงประมาณ 0.1-0.15 บาทต่อลิตรต่อการปรับสัดส่วนการผสมลง 1% เท่านั้น ในขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก็อาจจะไม่ได้ลดลงเลย เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศนั้นผูกติดกับราคาในตลาดต่างประเทศเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมไบโอดีเซลเกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนโดยนโยบายภาครัฐเป็นสำคัญ ด้วยวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันฟอสซิลจากต่างประเทศส ,สร้างความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกรปาล์มน้ำมัน ช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มส่วนเกินรักษาเสถียรภาพราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มไม่ให้ตกต่ำจนเกินไปตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก

โดยกระทรวงพลังงานกำหนดเป้าหมายการใช้ไบโอดีเซลไว้ที่ 8 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งในปี พ.ศ. 2563 ภาครัฐได้ปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซล โดยประกาศให้ไบโอดีเซลB10 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 10% ในทุกลิตร) เป็นเกรดพื้นฐาน ส่งผลให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันภาครัฐมีการปรับลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลจากเดิมมี 3 เกรด คือB 10 (เกรดพื้นฐาน) , B7 และ B 20 (เกรดทางเลือก) โดยลดลงเหลือ B 7 และในช่วงนี้เหลือเพียงB 5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตเป็นอย่างมาก โดยนโยบายดังกล่าวทำให้ปริมาณการใช้ไบโอดีเซลลดลงถึง 35-40% หรือคิดเป็นมูลค่า 50-60 ล้านบาทต่อวัน ที่สำคัญไบโอดีเซลเป็นอีกอุตสาหกรรมที่ภาครัฐสนับสนุนให้เอกชนลงทุนตามนโยบายของประเทศ

สมาคมฯ เห็นว่าการกำกับดูแลให้อุตสาหกรรมสามารถอยู่ได้ตามสมควร เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง มิเช่นนั้นคงเป็นการยากที่ภาครัฐจะขับเคลื่อนประเทศด้วยนโยบายส่งเสริมการลงทุนต่อไปในอนาคต เนื่องจากเอกชนขาดความมั่นใจว่านโยบายสนับสนุนการลงทุนต่างๆ ที่ออกมานั้นจะมีความต่อเนื่องหรือไม่ โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้อุตสาหกรรมนี้ได้สร้างมูลค่ากว่า 30,000 – 70,000 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ สมาคมฯ ตระหนักถึงความสำคัญด้านต้นทุนพลังงานและเข้าใจถึงเหตุผลในการลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามหากลดสัดส่วนการผสมลงมากกว่าที่เป็นอยู่ อุตสาหกรรมไบโอดีเซลจะได้รับผลกระทบถึงขั้นวิกฤติ โดยปัจจุบันในประเทศไทยมีกำลังการผลิตไบโอดีเซลรวมประมาณ 10 ล้านลิตรต่อวัน โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพียงกว่า  30% ซึ่งในแง่อุตสาหกรรมพิจารณาว่าเป็นการใช้กำลังการผลิตที่ต่ำมากจนไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อยู่แล้ว ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้อุตสาหกรรมไบโอดีเซลซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการดูดซับผลผลิตปาล์มน้ำมันโดยเฉพาะในช่วงที่ราคาตกต่ำให้เกษตรกรจะอยู่รอดได้อย่างไร