ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ผันผวนสูง เหตุตลาดจับตาการประชุมกลุ่ม OPEC+

ผู้ชมทั้งหมด 314 

ไทยออยล์ ชี้ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ยังคงมีแนวโน้มผันผวนระดับสูง หลังตลาดจับตาการเจรจาของกลุ่ม OPEC+ ต่อแผนการลดการผลิตท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในฝั่งตะวันออกกลาง คาดเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวที่กรอบ 76-83 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ เคลื่อนไหวที่กรอบ 80-87 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผย บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 4 – 8 มี.ค. 67 พบว่า ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มยังคงผันผวนระดับสูง หลังตลาดจับตาการเจรจาแผนการลดการผลิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือน มี.ค. นี้ โดยตลาดคาดกลุ่ม OPEC มีแนวโน้มคงการลดกำลังการผลิตต่อเนื่องไปจนถึงกลางปี 67 ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งภายในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนโดยเฉพาะการเจรจา สงบศึกในช่วงรอมฎอนของชาวมุสลิม อย่างไรก็ตาม การที่ FED ยังคงอัตราดอกเบี้ย หลังตัวเลขอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายยังเป็นปัจจัยกดดันราคา

สำหรับปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย

▪ ตลาดคาดกลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มขยายกรอบเวลาในการลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจ 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่อไปจนถึงเดือน มิ.ย. 67 และอาจขยายไปจนถึงสิ้นปี หากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังต่ำกว่า 85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่อุปสงค์จากจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ของโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นโดยเฉพาะจากการเดินทางที่เพิ่มสูงในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา

▪ สถานการณ์ความขัดแย้งภายในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงไม่สงบ หลังการโจมตีเรือขนส่งระหว่างประเทศโดยกลุ่มกบฎฮูตี ยังคงเป็นปัจจัยผลักดันให้ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวในการเจรจาที่กรุงปารีสเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าอิสราเอลพร้อมที่จะหยุดการโจมตีฉนวนกาซาในเดือนรอมฎอนของชาวมุสลิม โดยอาจสามารถลงนามสงบศึกได้ในต้นสัปดาห์นี้ ทางด้านฮูตีก็พร้อมพักรบเช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็ต่อเมื่อการรุกรานของอิสราเอลในฉนวนกาซาสิ้นสุดลงเท่านั้น

▪ สต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ โรงกลั่นน้ำมันไวทิงของ BP ในรัฐอินเดียนา ซึ่งเป็นโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในเขต Midwest ของสหรัฐฯ และมีกำลังการผลิตที่ 0.44 ล้านบาร์เรลต่อวัน จะเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตเต็มรูปแบบในเดือน มี.ค. 67 หลังจากที่มี เหตุการณ์ไฟฟ้าดับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 67

▪ ตลาดคาด FED ยังคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูง และยังคงไม่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่สูงกว่า 2% ทั้งนี้ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ Michelle Bowman กล่าวเพิ่มเติมว่าการบริโภคภายในประเทศ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในระดับที่แข็งแรง ดังนั้นการลดอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลให้อุปสงค์ และอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นได้

▪ ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้คือ ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเดือน ก.พ. 67 ตัวเลขเศรษฐกิจของยุโรป ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือน ม.ค. 67 และตัวเลขเศรษฐกิจของจีน ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเดือน ก.พ. 67

ทั้งนี้ ไทยออยล์ คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 76-83 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 80-87 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนสรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 26 – 1 มี.ค. 67 พบว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับสูงขึ้น 3.48 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 79.97 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกันกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับสูงขึ้น 1.93 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 83.55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 81.64 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอน โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ Jake Sullivan รายงานผ่านสำนักข่าว CNN ว่าการเจรจา แลกเปลี่ยนตัวประกันระหว่างสหรัฐฯ อียิปต์ กาตาร์ และอิสราเอล ที่ประเทศฝรั่งเศส ยังอยู่ในระหว่างการเจรจาในรายละเอียดซึ่งยังคงไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

นอกจากนี้ Goldman Sachs ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปี 2567 ใหม่สู่ระดับ 87เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สูงขึ้นกว่าครั้งที่แล้วที่ 85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลจากความขัดแย้งในทะเลแดงที่คาดว่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 23 ก.พ. 67 ปรับเพิ่มขึ้น 4.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ 447.2 ล้านบาร์เรล และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเพียง 2.7 ล้านบาร์เรล