ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้อาจปรับขึ้น ตลาดกังวลเหตุขัดแย้งในตะวันออกกลางขยายวงกว้าง

ผู้ชมทั้งหมด 506 

ไทยออยล์ ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดคาดความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มขยายวงกว้าง คาดเวสต์เท็กซัส เคลื่อนไหวที่กรอบ 75-85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ เคลื่อนไหวที่กรอบ 80-90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยบทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 24 – 28 มิ.ย. 67 พบว่า ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้นท่ามกลางการเจรจาที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ รวมไปถึงเสถียรภาพทางการเมืองอิสราเอลที่ลดลงหลังการยุบคณะรัฐมนตรีสงคราม ขณะที่อุปทานน้ำมันรัสเซียมีความไม่แน่นอนเนื่องจากโดนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตลาดคาดปริมาณน้ำมันดิบคงคลังมีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งปีหลังจากอุปทานที่ยังคงตึงตัวและอุปสงค์ที่ปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ตัวเลขเศรษฐกิจจีนและสหรัฐฯ ที่ยังคงเปราะบาง และความไม่แน่นอนของเฟดในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ

สำหรับปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย


 สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้น ภายหลังรัฐมนตรีฯ ต่างประเทศอิสราเอลเตือนว่า อิสราเอลจะเปิดฉากทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเร็วๆ นี้ แม้ว่าฝั่งสหรัฐฯ พยายามสกัดกั้นไม่ให้สงครามบานปลายก็ตาม ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เองก็ประกาศว่าจะไม่ยุติการโจมตีจนกว่าจะมีการหยุดยิงในฉนวนกาซา ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งมีแนวโน้มขยายวงกว้างและอาจส่งผลต่ออุปทานน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้


 ขณะเดียวกัน การสู้รบบริเวณฉนวนกาซามีแนวโน้มยืดเยื้อจากการที่ไม่สามารถหาข้อยุติเรื่องการหยุดยิงได้แม้ว่ามีตัวกลางหลายฝ่ายพยายามเข้ามาร่วมเจรจาก็ตาม นอกจากนี้ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ประกาศยุบคณะรัฐมนตรีสงครามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากสมาชิกคณะรัฐมนตรีสงครามประกาศลาออกจากประเด็นความล้มเหลวด้านการจัดทำยุทธศาสตร์ทางสงคราม ส่งผลเสถียรภาพทางการเมืองในอิสราเอลลดลงและกระทบต่ออำนาจในการลงนามตัดสินใจช่วงสงครามของอิสราเอล


 ตลาดกังวลอุปทานน้ำมันจากรัสเซียอาจตึงตัวมากขึ้น เนื่องจากมีการปฏิบัติการโจมตีคลังน้ำมันทางตอนใต้ของรัสเซียด้วยโดรนของยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ถังเก็บน้ำมันเกิดเพลิงไหม้อย่างหนัก ทั้งนี้การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมันของรัสเซียอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งให้ให้ตลาดกังวลเรื่องความไม่แน่นอนของอุปทานน้ำมันดิบรัสเซีย


 นอกจากนี้ ตลาดคาดการณ์ว่าน้ำมันดิบคงคลังลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากเจ้าชายอับดุลอาซิส บิน ซัลมาน รัฐมนตรีฯ พลังงานแห่งซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า กลุ่มโอเปกพลัสสามารถระงับหรือยกเลิกการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน ขณะที่กลุ่มโอเปกพลัส สำนักงานพลังงานสากล และสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐได้ปรับคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ทำให้ตลาดคาดอุปทานยังคงตึงตัว ท่ามกลางอุปสงค์น้ำมันที่สูงขึ้น


 อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนยังคงมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ไม่สม่ำเสมอและแรงกดดันจากภาวะเงินฝืด โดยล่าสุดสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยรายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ค. 67 ปรับตัวลดลงมาที่ 5.6% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 6.2% ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็ยังคงเปราะบางหลังมหาวิทยาลัยมิชิแกน เปิดเผยตัวเลขประมาณการดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือน มิ.ย. ปรับลดลงมาอยู่ที่ 65.6 จุด แตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนหลังภาคครัวเรือนของสหรัฐฯ กังวลด้านค่าครองชีพที่สวนทางกับรายได้ ส่งผลให้ตลาดกังวลเรื่องอุปสงค์น้ำมันที่อาจปรับลดลงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่ของโลก


 ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ กำไรภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือน พ.ค. 67 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ จีดีพีไตรมาส 1/67 ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล เดือน พ.ค. 67 จำนวนคนยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เดือน มิ.ย. 67 และรายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี เดือน มิ.ย. 67 และตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป เดือน มิ.ย. 67 ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ดัชนีความเชื่อมั่นภาคบริการ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคคาดการณ์ และรายงานความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ทั้งนี้ ไทยออยล์ คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 75-85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 80-90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนสรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 17 – 21 มิ.ย. 67 พบว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 2.28 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 80.73 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกันกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับเพิ่มขึ้น 2.62 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 85.24 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 84.90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางขยายวง ขณะที่การเจรจาระหว่างอิสราเอลและฮามาสยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ทั้งนี้ ราคายังได้รับปัจจัยหนุนจากตัวเลขการลงทุนด้านการผลิตในจีนที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 9.6% ในช่วงเดือน ม.ค. 67 ถึง พ.ค. 67

อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากภาพรวมเศรษฐกิจจีนที่ยังฟื้นตัวไม่สม่ำเสมอ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็ยังไม่แน่นอนหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิมและคาดว่าจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน ธ.ค. 67 โดยเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณว่าอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพียง 1 ครั้งในปีนี้จากเดิมที่คาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง ในการประชุมเมื่อเดือน มี.ค. 67