![]()
“สรรเพชญ” เคลียร์ชัดกลางสภา! แจงกระทู้ที่ดินคลองเตย มุ่งยกระดับความปลอดภัยและเศรษฐกิจฐานราก ยันบริหารโปร่งใส – ตรวจสอบได้
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เป็นผู้แทนรัฐบาลในการตอบกระทู้ของสภาผู้แทนราษฎร กรณีการบริหารจัดการพื้นที่คลองเตยบนที่ดินของ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และแนวทางกำกับดูแลตลาดคลองเตย ชุมชน และการบริหารจัดการเมืองอย่างเป็นระบบและโปร่งใส โดยย้ำชัดว่ากระทรวงคมนาคมพร้อมเดินหน้าจัดระเบียบพื้นที่ครั้งใหญ่ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและสร้างความโปร่งใสในทุกมิติ

นายสรรเพชญ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมเล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาพื้นที่และตลาดคลองเตยอย่างเป็นระบบ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง จึงได้ผลักดันนโยบายเชิงรุกเตรียมจัดตั้งคณะทำงานบูรณาการร่วมระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อ ร่วมกันบริหารจัดการพื้นที่ให้ครอบคลุมทั้งมิติด้านประโยชน์สาธารณะ ความปลอดภัย และสิทธิของชุมชน โดยจะนำกลไก One-Stop Service มาใช้เป็นศูนย์กลางรับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหาโดยตรง เพื่อลดขั้นตอนทางราชการที่ซับซ้อน ช่วยให้การประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการพัฒนาเมืองอย่างโปร่งใสยั่งยืน
สำหรับแผนการดูแลผู้เช่าอาคารพาณิชย์บริเวณตลาดคลองเตย จำนวน 1,009 ห้อง ซึ่งสัญญาเช่าเดิมได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยในระหว่างการพิจารณาต่อสัญญา กทท. ได้อนุโลมเรียกเก็บค่าเช่าในอัตราเดิมตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชน และเนื่องจากอาคารมีอายุการใช้งานมากกว่า 50 ปี จนมีสภาพทรุดโทรม กระทรวงฯ จึงมอบนโยบายให้ กทท. จัดทำแผนแม่บทแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ เพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชน
โดยระยะสั้นจะเร่งลอกท่อระบายน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง ปรับปรุงสาธารณูปโภค และส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจโครงสร้างอาคารทันทีพร้อมกำหนดตรวจประเมินทุกปี ส่วนระยะกลาง จะจัดตั้งงบประมาณออกแบบปรับปรุงถนนและระบบระบายน้ำทั้งหมด และระยะยาว จะจัดทำแผนบูรณะโครงสร้างอาคารพาณิชย์ ซึ่งหากพบห้องที่ชำรุดจนอาจเป็นอันตรายจะประสานผู้เช่าเพื่อขอปิดปรับปรุงทันที ทั้งนี้ กทท. เตรียมเข้าหารือร่วมกับสำนักงานเขตคลองเตยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันยกระดับพื้นที่นี้เพื่อประโยชน์สาธารณะและความมั่นคงของเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
สำหรับความคืบหน้าการกำกับดูแลสัญญาบริหารจัดการพื้นที่ตลาดคลองเตย เนื้อที่ประมาณ 10.18 ไร่ ปัจจุบันอยู่ภายใต้สัญญาเช่าลงทุน บริหาร และประกอบการของ บริษัท ตลาดคลองเตย (2551) จำกัด ซึ่งเป็นการเช่าในระยะที่ 2 และสัญญาจะสิ้นสุดลงในวันที่ 28 ตุลาคม 2571 ตามเงื่อนไขสัญญาเดิมระบุให้ผู้เช่าที่ประสงค์จะขอต่อสัญญา ต้องส่งหนังสือแจ้งความประสงค์พร้อมเสนอเงื่อนไขและแผนการปรับปรุงพื้นที่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 ปี
โดยขณะนี้บริษัทฯ ได้ยื่นเอกสารแสดงเจตจำนงและแผนปรับปรุงพื้นที่เข้ามาตามกรอบเวลาแล้ว และกำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของ กทท. ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะกำชับและมอบนโยบายอย่างเด็ดขาดให้คณะกรรมการ กทท. พิจารณาเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดถือผลประโยชน์สูงสุดของรัฐเป็นสำคัญที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความคลุมเครือในการบริหารทรัพย์สินของชาติ
นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ในการพิจารณาว่าจะต่อสัญญาเช่าลงทุนบริหารพื้นที่ตลาดคลองเตยให้กับผู้เช่ารายเดิมหรือไม่นั้น กระทรวงฯ มีกรอบการพิจารณาที่เข้มงวดและเปิดเผยได้ ภายใต้หลักเกณฑ์สำคัญ 3 ด้าน คือ 1) แผนการลงทุนและปรับปรุงพื้นที่ที่ต้องมีความชัดเจน เป็นรูปธรรม มีมูลค่าเหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายพัฒนาที่ทันสมัย 2) ความคุ้มค่าและผลประโยชน์ของรัฐที่ผลตอบแทนทางการเงินต้องคุ้มค่ากับมูลค่าทรัพย์สินปัจจุบัน เมื่อเปรียบเทียบกับราคาตลาดอย่างเป็นธรรม และ 3) มิติด้านสังคมและความปลอดภัยที่พื้นที่ตลาดโฉมใหม่ต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย ถูกสุขลักษณะอนามัย และมีความปลอดภัยสูง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
ทั้งนี้ กระทรวงฯ ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า หากข้อเสนอของผู้เช่ารายเดิมมีความเหมาะสมและให้ผลประโยชน์ที่คุ้มค่า รัฐก็พร้อมจะพิจารณาเดินหน้าตามขั้นตอนต่อสัญญา แต่หากประเมินแล้วพบว่า ข้อเสนอไม่เอื้อประโยชน์สูงสุดแก่ภาครัฐและประชาชน คณะกรรมการ กทท. มีอำนาจเด็ดขาดในการไม่อนุมัติการต่อสัญญา และจะเปิดกระบวนการแข่งขันเสนอราคาหรือเปิดประมูล เพื่อสรรหาผู้เช่ารายใหม่อย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ต่อไป
นายสรรเพชญ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายพัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ท่าเรือให้มีประสิทธิภาพสูงสุดควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านสู่ท่าเรืออัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Smart and Green Port) โดยมุ่งเน้นการจัดโซนพื้นที่จราจรและการขนส่งสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบจราจรและฝุ่นละอองในเขตเมือง พร้อมทั้งขอยืนยันว่าการบริหารจัดการที่ดินในพื้นที่คลองเตย จะดำเนินการด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยยึดประโยชน์ของประเทศไทยและประชาชนเป็นสำคัญที่สุด