![]()
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นางองค์อร เปลี่ยนรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Future of Sustainable Fuels – From Policy to Commercial Scale” ในงาน ASIA-TECH 2026: Asia Refining & Petrochemicals Tech Forum จัดโดย Euro Petroleum Consultants (EPC) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยี เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ และการขยายการผลิตและการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ในเชิงพาณิชย์ โดยมีผู้ร่วมเสวนาได้แก่ Mr. Steven Bartholomeusz, Head of Public & Regulatory Affairs, APAC, Neste Asia Pacific, Mr. TC Goh, Head of Asia Pacific, Business Development, Aether Fuels และ นายพงษ์พัฒน์ เทียนศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ดำเนินรายการโดย Mr. Chris Chatterton, Director, Global Centre for Green Fuels

นางองค์อร ระบุว่า หน่วยผลิต HEFA-SPK SAF ของบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) มีกำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน และเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตแล้ว รองรับการส่งออกให้ลูกค้าในทวีปยุโรป ซึ่งมีข้อกำหนดการใช้ SAF (mandate) พร้อมเสนอให้ภาครัฐกำหนดเป้าหมายและแผนส่งเสริมการใช้ SAF ที่ชัดเจน สนับสนุนสัญญารับซื้อระยะยาวระหว่างผู้ผลิตกับสายการบิน
ปัจจุบัน SAF มีราคาประมาณ 2-3 เท่าของเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบซึ่งคิดเป็นร้อยละ 70-80 ของต้นทุนการผลิต และกระบวนการผลิต โดยราคาที่สูงกว่าเป็นความท้าทายที่ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำมักเผชิญในช่วงเริ่มต้นของการขยายตลาด และต้นทุนมีโอกาสลดลงเมื่อการผลิตและการใช้เพิ่มขึ้น ซึ่งมาตรการด้านราคาคาร์บอน เงินอุดหนุน และสินเชื่อสีเขียวจะมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน
กลุ่มบริษัทบางจากใช้น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็นวัตถุดิบในการผลิต SAF และรวบรวมผ่านโครงการ Fry to Fly ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา ครัวเรือน สถานีบริการน้ำมัน ฯลฯ เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอ คุณภาพดี และต้นทุนเหมาะสม พร้อมศึกษาวัตถุดิบทางเลือก เช่น น้ำมันปาล์มที่ได้รับการรับรองความยั่งยืน กรดไขมันปาล์มกลั่น (Palm Fatty Acid Distillate: PFAD) และวัตถุดิบจากน้ำเสียของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม (Palm Oil Mill Effluent: POME)
โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับ การไม่ทำลายป่า และมาตรฐานความยั่งยืนตามข้อกำหนดของตลาด และให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริหารต้นทุนพลังงานและไฮโดรเจน รวมถึงปรับสัดส่วนการผลิต SAF และดีเซลหมุนเวียน (HVO) ตามสภาวะตลาด เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำในระยะยาว
