ก.คมนาคม เผยช่วงสงกรานต์ 6 วัน มีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะกว่า 15 ล้านคน

Loading

กระทรวงคมนาคม สรุปภาพรวมการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 สะสม 6 วัน มีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะกว่า 15 ล้านคน ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ทุกหน่วยพร้อมอำนวยความสะดวก ประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพฯ อย่างเต็มกำลัง

วันนี้ (16 เมษายน 2569) กระทรวงคมนาคม โดยศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) ได้รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 – 15 เมษายน 2569 สะสม 6 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 07.30 น.) พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 15,053,933 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.38 เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568

โดยระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45 ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 292,507 คน ภาคใต้ (ทางราง) 186,871 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 197,214 คน ภาคเหนือ (ทางอากาศ) 116,289 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 114,767 คน ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 1,407,371 คน สำหรับการจราจรเข้า – ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 5,465,964 คัน ลดลงร้อยละ 6.78 และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 7,441,851 คัน ลดลงร้อยละ 2.49

สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 6 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 1,069 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,153 คน เสียชีวิต 150 คน สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 695 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 65 ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ 543 คัน ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรง ไม่มีความลาดชัน 755 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 71 จังหวัดนครราชสีมาและปราจีนบุรีมีผู้เสียชีวิตสูงสุด 7 คน ขณะที่กรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 50 ครั้ง ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุลดลงร้อยละ 22 ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 14 ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางรางเกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ส่วนทางน้ำและทางอากาศไม่มีรายงานอุบัติเหตุ

ในส่วนการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ด้านการอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับประชาชนเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ ภายหลังเทศกาลสงกรานต์ ประกอบด้วย กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้อนุญาตให้ผู้ประกอบการนำรถเสริม 30 เข้ามาวิ่งเสริมในเส้นทางที่มีความต้องการหนาแน่นได้ เพื่อป้องกันปัญหารถไม่เพียงพอ รวมถึงเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดทุกแห่ง ตรวจความพร้อมของรถและผู้ขับรถตามแบบ Checklist ก่อนออกเดินทาง และจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและให้ความรู้แก่ผู้โดยสารกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ

บริษัท ขนส่ง จำกัด จัดรถ Shuttle Bus 4 คัน ให้บริการรับ – ส่งประชาชนฟรี เส้นทางสถานีขนส่งหมอชิต 2 – BTS หมอชิต 2 – สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (ประตู 2) วันที่ 15 – 20 เมษายน 2569 เวลา 04.00 – 07.00 น. พร้อมบูรณาการร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด จัดรถโดยสารเชื่อมต่อพื้นที่ต่าง ๆ รวม 22 เส้นทาง รวมถึงจัดเตรียมรถแท็กซี่รองรับผู้โดยสาร อีกทั้งกำชับนายสถานีเดินรถทั่วประเทศให้เตรียมความพร้อมด้านรถโดยสารและบุคลากร เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน ที่จะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ส่วนกรมการขนส่งทางรางได้กำชับให้ผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าเตรียมความพร้อมในการรับมือกับความหนาแน่นของประชาชนที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมเล่นน้ำส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ ในพื้นที่แลนด์มาร์กสำคัญและจุดจัดงานยอดนิยม ด้วยมาตรการบริหารจัดการฝูงชน (Crowd Control) โดยเฉพาะในสถานีใกล้พื้นที่จัดกิจกรรม เพื่อดูแลความปลอดภัยและระบายผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดทำแผนรองรับผู้โดยสารขาเข้า วันที่ 15 – 17 เมษายน 2569 โดยเพิ่มตู้โดยสารในขบวนที่มีผู้โดยสารหนาแน่น และเสริมขบวนรถพิเศษอีก 4 ขบวน ในเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ พร้อมยกระดับความปลอดภัยเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์บนขบวนรถ โดยจัดเจ้าหน้าที่บนขบวนรถและเพิ่มความถี่ในการตรวจตราตลอดเส้นทาง

หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้โดยสารสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่บนขบวนรถ หรือสายด่วน รฟท. โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานทีมแพทย์ประเมินอาการและให้คำแนะนำเบื้องต้น พร้อมบูรณาการร่วมกับสายด่วน 1669 จัดรถพยาบาลรอรับที่สถานีปลายทาง เพื่อส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับได้อย่างสะดวก อุ่นใจ และปลอดภัยตลอดการเดินทาง

นอกจากนี้ กรมเจ้าท่าได้สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคทั้ง 7 ภูมิภาค และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา 77 สาขา ทั่วประเทศ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารที่เดินทางทางน้ำ พร้อมรับแจ้งเหตุและประสานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ดูแลความปลอดภัยบริเวณท่าเรือ ความพร้อมของท่าเรือ และผู้ประกอบการเดินเรืออย่างใกล้ชิด รวมถึงกำชับให้ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยทางน้ำอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการตรวจแอลกอฮอล์ของผู้ควบคุมเรือก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกเที่ยว แจ้งเตือนผู้ประกอบการให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และรณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสวมใส่เสื้อชูชีพทุกครั้ง เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทาง

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดให้ติดตามสถานการณ์การเดินทางอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตลอดช่วงการเดินทางกลับหลังเทศกาลสงกรานต์