![]()
ทุกบ้านต้องจ่ายค่าไฟหนึ่งในรายจ่ายที่กระทบทั้งครัวเรือนและธุรกิจ แต่เบื้องหลังตัวเลขบนบิล คือการตัดสินใจสำคัญว่า ไทยจะผลิตไฟจากอะไร ลงทุนกับระบบไฟฟ้าแบบไหน และจะเตรียมพร้อมอย่างไรกับความต้องการใช้ไฟที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center, AI, EV และอุตสาหกรรมใหม่ในอนาคต ขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ควบคู่กับการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero
ร่าง PDP 2026 ซึ่งวางระบบไฟฟ้าไทยตั้งแต่ปี 2569-2593 จึงต้องตอบโจทย์สำคัญว่า ไทยจะเพิ่มกำลังผลิตอย่างไรให้ “ไฟพอ ระบบมั่นคง และต้นทุนไม่สูงเกินไป” โดยประมาณการค่าไฟฟ้าขายปลีกเฉลี่ยตลอดแผนของทั้ง 4 กรณีไว้ใกล้เคียงกันที่ประมาณ 3.83–3.89 บาทต่อหน่วย แม้แต่ละทางเลือกจะมีโครงสร้างการลงทุนและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ในช่วง 12 ปีแรก (2569–2580) ทั้ง 4 กรณีจะใช้ “ฐานร่วม” เดียวกัน ด้วยกำลังผลิตใหม่ประมาณ 50,900 MW ทั้ง Solar, Wind, BESS, โรงไฟฟ้าก๊าซ CCGT และ SMR นำร่อง หลังปี 2580
ไทยมี 4 ทางเลือกหลัก ได้แก่ Base Case เดินหน้าตามกรอบปกติของภาคไฟฟ้า เน้นรักษาความมั่นคงของระบบ และใช้เป็นกรณีฐานสำหรับเปรียบเทียบ Net Zero by CCS ยังคงบทบาทของก๊าซธรรมชาติ แต่เพิ่มเทคโนโลยี CCS เพื่อดักจับและกักเก็บคาร์บอนจากการผลิตไฟฟ้า Net Zero by RE เร่งเพิ่ม Renewable Energy ให้มากที่สุด ลดบทบาทเชื้อเพลิงฟอสซิล และไม่ใช้ CCS โดยปลายแผนมีสัดส่วนพลังงานสะอาดสูงสุดถึง 89% Net Zero by RE & CCS ใช้แนวทางผสม ทั้งพลังงานหมุนเวียน ก๊าซธรรมชาติ และ CCS เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างสมดุลระหว่างการลดคาร์บอน ความมั่นคง และต้นทุน ซึ่งแต่ละแนวทางมีโครงสร้างการลงทุน เทคโนโลยี และความเสี่ยงแตกต่างกัน รวมถึงทำให้สัดส่วนพลังงานสะอาดช่วงปลายแผนแตกต่างกันตั้งแต่ 65% ถึง 89%
อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือ “ความต้องการใช้ไฟ” ที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2593 เฉพาะ EV คาดว่าจะเพิ่มความต้องการไฟฟ้าราว 91,736 GWh ขณะที่ Data Center อาจเพิ่มอีก 42,468-55,744 GWh และยังมีความต้องการจาก EEC ระบบรถไฟ และอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งทั้งหมดจะกลายเป็นโจทย์สำคัญต่อการวางแผนลงทุนและบริหารระบบไฟฟ้าของไทยในอนาคต
ดังนั้นแม้ทั้ง 4 กรณีจะประเมินค่าไฟเฉลี่ยไว้ใกล้กัน แต่ 3.83–3.89 บาทต่อหน่วย ไม่ใช่การการันตีค่าไฟในแต่ละปี เพราะค่าไฟจริงในอนาคตยังขึ้นกับต้นทุนเชื้อเพลิง เทคโนโลยี การลงทุนระบบส่ง และ Demand ที่เกิดขึ้นจริง PDP 2026 จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวเพราะทางเลือกพลังงานวันนี้จะมีผลทั้งต่อทั้งค่าไฟที่เราต้องจ่าย และไฟที่เราต้องมีให้พอใช้ในอีก 25 ปีข้างหน้า