คมนาคมจ่อเรียกคืน “ใบขับขี่ตลอดชีพ” อายุ 55 ปีขึ้นไป ดึงทดสอบสมรรถภาพใหม่

Loading

“คมนาคม” ผุดไอเดียเรียกคืน “ใบขับขี่ตลอดชีพ” อายุ 55 ปีขึ้นไป กลับมาทดสอบสมรรถภาพในการขับรถใหม่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ลดเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ-ล้มตาย

เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในงานแถลงข่าวงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 17 (17th Thailand Road Safety Seminar) ภายใต้ แนวคิด”Unlocking Safe Cities : ปลดล็อกถนนปลอดภัย เพื่อเมืองที่ปลอดภัย” ว่า ขบ.ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมควบคุมโรค กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย และภาคีเครือข่าย จัดงานสัมมนาดังกล่าวในระหว่างวันที่ 19-20 พ.ย. 2569 ที่ ศูนย์การประชุมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

การจัดสัมมนาครั้งนี้ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแนวคิดระบบที่ปลอดภัย (Safe System Approach) ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับนโยบาย มาตรการ การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียน ไปจนถึงการบริหารจัดการความปลอดภัยในระดับพื้นที่ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน โดยมุ่งหวังว่าในปีต่อๆไปการลดอุบัติเหตุทางถนนจะไม่ใช่แค่เรื่องจำนวน แต่จะต่อยอดในเชิงประจักษ์ให้เรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องค่านิยมของคนไทยอย่างยั่งยืนไม่ใช่เป้นเรื่องแค่ปัดรำคาญเท่านั้น 

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ในปีที่ผ่านมาไทยมีความพยายามที่จะลดอัตราการสูญเสียบนท้องถนนให้ได้มากที่สุด แต่ตลอดระยะเวลากว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมาก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ก็ยังถือว่ายังต้องใช้ความพยายามอีกมากในการที่จะลดอุบัติเหตุทางถนนลงให้ได้มากกว่านี้ เนื่องจากว่าในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีละประมาณ 1.5 หมื่นคน ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูง แต่ถ้าเทียบกับปีก่อนหน้าก็ถือว่าลดลง แต่เราก็ได้เห็นว่ามันยังก็ต้องทำงานให้หนักขึ้น เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ และนำไปสู่การเสียชีวิตให้ลดลงมากที่สุด สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุคือการขับขี่ที่ไม่ไม่มีการป้องกัน ดังนั้นในงานสัมมนาดังกล่าวจะมีการหารือเกี่ยวกับประเด็นเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ถนน ซึ่งอาจจะต้องเพิ่มกลไกการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกันในส่วนของ ขบ.เองยังมีแนวคิดที่จะเรียกคืนหรือให้ผู้ถือใบขับขี่ตลอดชีพที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป กลับมาทดสอบสมรรถภาพขับรถใหม่ ทั้งสมรรถนะทางกาย สภาพจิตใจ และ สติสัมปชัญญะในการขับรถ หรือกรณีที่ใบขับขี่สูญหายก็อาจจะต้องให้เริ่มกระบวนการขออนุญาตใหม่ เนื่องจากเวลานี้สังคมมีโจทย์ด้านความปลอดภัยที่ต้องพิจารณาเพิ่มขึ้น ไม่เฉพาะกลุ่มนักเรียนและเยาวชนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่ขับรถ หรือขับขี่รถจักรยานยนต์ (จยย.) ไฟฟ้า และรถสามล้อไฟฟ้าบนถนน ที่หลายกรณีมีพฤติกรรมเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น การขับรถสวนเลน เป็นต้น จึงจำเป็นต้องหารือถึงแนวทางป้องกันให้เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

“เรื่องดังกล่าวยังเป็นเพียงแค่แนวคิดเท่านั้น ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ รวมถึงปรับปรุงแก้ไขและทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่เป้าหมายสำคัญคือลดการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและล้มตายลงให้มากที่สุด แต่ไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน แต่สิ่งที่ต้องการจะสื่อคือสำนึกในเรื่องของความปลอดภัยที่เป็นประโยชน์สาธารณะ เพราะวันนี้แม้ตัวเลขจะลดลง 5% หรือ 10% แล้วถือว่าสำเร็จคงยังไม่ใช่เพราะมันยังไม่เป็นศูนย์ตามที่ตั้งเป้าไว้ “นายสิริพงศ์ กล่าวและว่า

นายสิริพงศ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนมาตรการความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียนนั้น กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการยกระดับมาตรฐาน โดยเตรียมออกประกาศเพิ่มเติม กำหนดให้รถมีสติกเกอร์แสดงสัญลักษณ์ มีไฟตามหลักเกณฑ์ และใช้ป้ายทะเบียนรูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถสังเกตและแยกแยะรถรับส่งนักเรียนได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสภาพรถรับส่งนักเรียนประมาณ 16,000 คัน พบว่ามีรถที่ไม่ผ่านการตรวจประมาณ 20% ดังนั้น ขบ.จึงประสานความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการจัดบริการรถรับส่งนักเรียนและตรวจสอบให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยต่อไป