คมนาคม ดัน Single Ownership เข้าครม. พ.ค.นี้ เดินหน้าโอนสิทธิ์เก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสาย ทุกสีให้รฟม.

Loading

คมนาคม ดัน Single Ownership เข้าครม. พ.ค.นี้ เดินหน้าโอนสิทธิ์การเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสาย ทุกสีให้รฟม.บริหาร หวังเริ่มโอนสายสีแดง เขียวต่อขยายก่อน พร้อมเร่งเจรจา BTS – BEM เปลี่ยนรูปแบบสัญญาจาก Net Cost เป็น Gross Cost    

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการผลักดันยุทธศาสตร์ Single Ownership หรือ “กรรมสิทธิเดียว” ในการบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้ารายเดียว โดยการโอนสิทธิ์อำนาจการบริหารจัดการรถไฟฟ้าทุกสายมาไว้ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งก็ต้องมีการเจรจากับเอกชนที่เป็นเจ้าของสัญญาสัมปทานเดินรถ เพื่อเปลี่ยนรูปแบบสัญญาจาก PPP Net Cost (เอกชนรับความเสี่ยงรายได้) มาเป็น Gross Cost (รัฐจ้างเอกชนเดินรถ) ซึ่งรฟม.จะเป็นผู้จัดเก็บรายได้ และการจ่ายค่าจ้างเดินรถเองทั้งหมด แต่จะไม่ได้รับโอนสินทรัพย์ (Asset) ทั้งหมด

ทั้งนี้แนวทางการเจรจากับเอกชนนั้นจะแยกเจรจาในแต่ละสัญญาที่เป็นเจ้าของสัมปทานเดินรถไฟฟ้า โดยบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC เป็นผู้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวสายหลัก คือ ช่วงหมอชิต – อ่อนนุช สนามกีฬาแห่งชาติ – สะพานตากสิน ซึ่งจะหมดอายุสัญญาในปี 2572 ซึ่งต้องไปเจรจาเปลี่ยนรูปแบบสัญญาก่อนอาจจะไม่ต้องใช้การซื้อคืน

ขณะที่ส่วนต่อขยายของสายสีเขียวนั้นเป็นรูปแบบสัญญาจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) โดยแบ่งเป็น  ส่วนต่อขยายที่ 1 (อ่อนนุช-แบริ่ง และสะพานตากสิน-บางหว้า) มีสัญญาจ้างตั้งแต่ปี 2555–2585 ส่วนต่อขยายที่ 2 (แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-คูคต) มีสัญญาจ้างตั้งแต่ปี 2559–2585 ก็สามารถเจรจาในการโอนสิทธิ์การบริหารจัดการเดินรถได้เลย ส่วนบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เป็นผู้ได้รับสัมปทานการเดินรถและบริหารจัดการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเหลือสัญญาอีกหลายปี รายละเอียดการเจรจาจะเหมือนกัน

“การเจรจากับเอกชน (BTS และ BEM) ที่เป็นเจ้าขอสัญญาสัมปทาน ซึ่งอายุสัญญาสิ้นสุดไม่เท่ากัน ดังนั้นการเจรจาอาจจะต้องแยกกัน แต่รูปแบบการเจรจากับเอกชนอาจจะเป็นการปรับรูปแบบสัญญา แต่ราคาค่าโดยสารรัฐต้องเป็นคนกำหนดราคาและจัดเก็บรายได้เอง” นายสิริพงศ์ กล่าว   

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า การเป็น Single Ownership นั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะต้องตั้งคณะกรรมการกำหนดค่าโดยสารเพื่อลดค่าครองชีพขึ้นมาก่อน เพื่อให้คณะกรรมการชุดนี้ พิจารณามอบอำนาจให้รฟม. เป็น Single Ownership ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการณ์ คาดว่าจะเสนอให้ครม. พิจารณาได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2569 เมื่อครม.เห็นชอบก็สามารถโอนสิทธิ์ในการเดินรถ การเก็บค่าโดยสาร รวมถึงภาระในการจ่ายค่าจ้างของรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย รถไฟฟ้าสายสีทองที่เป็นสิทธิ์ของกรุงเทพฯ และรถไฟฟ้าสายสีแดงที่เป็นสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาที่รฟม.ได้ทันที

ทั้งนี้การเจรจากับเอกชนในการเปลี่ยนรูปแบบสัญญาจากเป็น Net Cost เป็น Gross Cost นั้นเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ต้องการให้ดำเนินการครอบคลุมโครงการรถไฟฟ้าทุกสายทุกสี โดยมีเป้าหมายจะต้องดำเนินการให้ได้ครบทุกสายในวันที่ 1 มกราคม 2570 แต่ถ้าหากโครงการไหนเจรจาไม่สำเร็จหรือติดเรืองสัมปทานก็อาจจะต้องรอไปก่อน ซึ่งการดำเนินการในรูปแบบปรับรูปแบบสัญญานั้นไม่ได้เป็นการใช้งบประมาณในการซื้อคืน ดังนั้นก็จะไม่ก่อให้เกิดเพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งการจะซื้อสินทรัพย์คืนนั้นคงต้องรอให้รัฐมีผลตอบแทนจากเดินรถที่เพียงพอก่อนถึงจะซื้อสินทรัพย์คืนได้ โดยอาจจะต้องใช้ระยะเวลาถึงอย่างช้า 17 ปี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับปริมาณผู้โดยสารและการจัดเก็บค่าโดยสารในแต่ละปี

ส่วนนโยบายรถไฟฟ้าเหมาจ่าย 40 บาทตลอดวันนั้นมีรายละเอียดดังนี้ เดินทางใกล้ (ไม่เกิน 10 สถานีต่อทริป) คิดราคาเหมาจ่าย 40 บาทตลอดวัน, เดินทางไกล (เกิน 10 สถานีต่อทริป) คิดราคาเหมาจ่าย 60 บาทตลอดวัน สำหรับ เงื่อนไขการใช้งาน ประชาชนสามารถเดินทางกี่ครั้งก็ได้ตลอดทั้งวันตามเงื่อนไขที่เลือก โดยระบบจะใช้บัตร EMV ในการคำนวณและคืนส่วนต่างให้หากมีการเดินทางเข้าเงื่อนไข อย่างไรก็ตามการจัดเก็บค่าโดยสารนั้นจะมีการปรับขึ้นปีละ 5 บาท ในปีที่ 2 จะเป็น 45 บาทตลอดวัน จากปีแรก 40 บาทตลอดวัน ซึ่งจะปรับขึ้นจนถึงปีที่ 6 และจะทำให้ค่าโดยสารเป็น 90 บาทตลอดวัน