![]()
คมนาคมถอดบทเรียนเหตุรถไฟชนรถเมล์จุดตัดทางรถไฟมักกะสัน ผุดมาตรการยกระดับความปลอดภัยมุ่งใช้ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดง ครั้งที่ 2 ว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานข้อเท็จจริง ผลการวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ ตลอดจนแนวทางถอดบทเรียนและจัดทำข้อเสนอเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการให้บริการขนส่งทางราง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการอุดรอยรั่ว และปิดช่องโหว่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกในอนาคต โดยได้ข้อสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาเป็นมาตราการทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อดำเนินการให้เกิประสิทธิภาพสูงสุด
โดยมาตรการเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการทันทีในวันที่ 10มิ.ย.ตั้งแต่เวลา 13.00 น เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องจะเข้าซักซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกันบริเวณแผงควบคุมคอนโซลบริเวณจุดตัด “อโศก-เพชรบุรี” ซึ่งเป็นจุดนำร่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงเทพมหานคร และรฟท.ที่ในอดีตมักปฏิบัติหน้าที่แยกส่วนกัน
นอกจากนี้ จะเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมจุดตัดทางรถไฟ ตั้งแต่การแจ้งเตือนเมื่อขบวนรถไฟเข้าสู่พื้นที่ การเปิดสัญญาณไฟกระพริบ การลดไม้กั้น และเปิดสัญญาณอนุญาตให้รถไฟผ่าน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์ โดยเฉพาะในจุดตัดทางรถไฟทั้ง 19 แห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สำหรับมาตรการระยะกลาง กระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายติดตั้งระบบ ATP(Automatic Train Protection)ควบคู่กับระบบสัญญาณไฟจราจรและระบบแจ้งเตือนบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อบริหารจราจรให้เกิดประสิทธิภาพ โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 ปี โดยจะมีการติดตั้งระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะและสัญญาณไฟจราจรเพิ่มเติมบริเวณจุดตัดทางรถไฟ เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนล่วงหน้าก่อนรถไฟมาถึง และกำหนดพื้นที่ห้ามหยุดรถอย่างชัดเจน หลังพบว่าที่ผ่านมาผู้ขับขี่บางส่วนยังใช้ดุลยพินิจส่วนตัวจนฝ่าฝืนกฎหมายจราจร และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครจะร่วมกับ รฟท. ติดตั้งระบบ ATP ในบริเวณจุดเกิดเหตุ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน หรือภายในสิ้นปีนี้ ก่อนขยายผลไปยังจุดตัดทางรถไฟอื่นในกรุงเทพมหานคร โดยระบบ ATP ถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุทางราง ควบคุมความเร็วของขบวนรถไฟไม่ให้เกินกำหนด และสั่งเบรกอัตโนมัติทันทีหากพบว่าพนักงานขับรถใช้ความเร็วเกินกว่าที่กำหนด หรือฝ่าฝืนสัญญาณควบคุม ช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนมาตรการะยะยาวในอนาคตจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานในเมืองหลวงทั้งหมด โดยทางรถไฟที่เป็นทางคู่ในเมืองจะปรับเปลี่ยนเป็นทางยกระดับหรือ ทางลอดทั้งหมด เพื่อขจัดปัญหาจุดตัดทางราบและลดการเกิดอุบัติเหตุให้มากที่สุด
อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมยังมีแนวคิดนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้บริหารจัดการความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศ โดยมอบหมายให้รฟท.ไปศึกษาความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ รวมถึงพิจารณาติดตั้งระบบ ATP บนหัวรถจักรเพิ่มเติม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางรางของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายจิระพงศ์ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการได้สรุปผลสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเสนอนายพิพัฒน์ รัชกิจปรัการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรับทราบเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถระบุในรายละเอียดได้เพราะเกรงว่าจะมีผลทางคดี เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนและกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะเดียวกันยังได้นำเสนอมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำเสนอนายพิพัฒน์ก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาต่อไป