![]()
ครม. เคาะงบฯ ปี 70 ของคมนาคม เฉพาะโครงการหลักพันล้านขึ้นไป 19 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 4.5 หมื่นล้าน แบ่งของทล. มากสุดกว่า 2.7 หมื่นล้าน เน้นเชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางขนส่ง
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณประจำปี 2570 สำหรับรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปในส่วนของกระทรวงคมนาคม รวม 19 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 45,000 ล้านบาท แบ่งเป็น กรมทางหลวง (ทล.) 14 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 27,860 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท (ทช.) 3 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 5,498 ล้านบาท องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 1 โครงการ วงเงินประมาณ 8,138 ล้านบาท และ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) 1 โครงการ วงเงินประมาณ 3,504 ล้านบาท
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การเสนอของประมาณดังกล่าวเป็นกระบวนการตามกฎหมาย และเมื่อขอไปแล้วก็ยังมีการปรับลดในขั้นของสำนักงบประมาณที่มีกรอบไว้ ซึ่งปกติเราเสนอของบประมาณไปในจำนวนมากกว่าที่ได้รับการจัดสรรอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้จัดสรรงบประมาณเรื่องการซ่อมบำรุงนั้น การพิจารณาโครงการดังกล่าวจะคำนึงถึงการดำเนินงานให้เกิดความสมบูรณ์ในสายทางหรือเป็นโครงการที่เป็นปัญหามานานแล้ว แต่ทั้งนี้ในแต่ละโครงการก็อาจถูกปรับลดลงได้อีกตามความเหมาะสม
สำหรับโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปของ ทล.จำนวน 14 โครงกร ดังนี้1. ก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒๓๐ กับทางหลางหมายเลข 2131 (แยกบ้านสะอาด) จ.ขอนแก่น 2. ก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 3 ตัดทางหลวงหมายเลข 316 ตัดทางหลวงหมายเลข 3249 (แยกเขาไร่ยา) จ.จันทบุรี 3. ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3481 สาย อ.บางน้ำเปรี้ยว – ต.บางขนากจ.ฉะเชิงเทรา 4. ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4046 สาย ตรัง – บ.ควนกุน ตอน อบ.ควนกุน จ.ตรัง
5. ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 265 สาย นครสวรรค์ – ชัยภูมิ ตอน นครสวรรรค์-ต.เกรียงไกร จ.นครสวรรค์ 6. ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 304 สายแยกปากเกร็ด – ทางแยกต่างระดับนครราชสีมา ตอน บ.เขาหินซ้อน – บ.วัดไหม่ประชุมชน จ.ปราจีนบุรี 7. ก่อสร้างบูรณะทางหลวงหมายเลข ๑ สาย ทางแยกต่างระดับบางประอิน -อ.หนองแค จ.พระนครศรีอยุธยา 8. ก่อสร้างทางแนวใหม่เชื่อมทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 – ทางหลวงหมายเลข 32 จ.นครศรีอยุธยา 9. ก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 แนวใหม่เชื่อมต่อวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครตะวันตกและด้านตะวันออก จ.พระนครศรีอยุธยา 10.. ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2169 สาย ยโสธร – อ.เลิงนา ตอน -อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร
11. ก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 4 ตัดทางหลวงหลาแลข 3525 (แยกหนองโพ) จ. ราชบุรี 12. ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 221 สาย อ.ศรีรัตนะ – แยกการช่างรวมทางแยกต่างระดับ (แยกการช่าง) จ.ศรีสะเกษ 13. ก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 226 ตัดทางหลางหลางหลางหมายเลข 2085 ตัดทางหลวงหมายเลข 2086 (แยกกันทรารมย์) รวมสะพานข้ามทางรถไฟจ.ศรีสะเกษ และ14. ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 42 สาย บ.คลองแงะ – จุดผ่านแดนถาวรสุไหงโก-ลกตอน บ.โต้นนท์ – บ.ควนหมาก จ.สงขลา
ขณะที่ทช. จำนวน 3 โครงการ ดังนี้ 1.. ถนนสายแยก ทล.34 (กม.ที่ 26) เชื่อมกับทางหลวงชนบท สาย ฉช.30001 จ.สมุทรปราการ (ตอนที่ 2) ช่วงที่ 2 และช่วงที่ 3 โครงการที่ 2.ถนนสายแยก ทช. ชม.3029 – แยก ทล. 1006 อ.เมืองเชียงไหม , ลจ.เชียงใหม่ (ตอนที่ 4) และ (ตอนที่ 5) และ3.. ถนนสาย ฌ13 ตอนแผนผังระบบคมนาคมขนส่ง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จ.ชลบุรี (ตอนที่ 1) และ (ตอนที่ 2) โดยเป็นโครงการก่อสร้างทางแนวใหม่ ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงข่ายให้สามารถรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้น และแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด รวมทั้งผู้ใช้ทางได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ ซึ่ง ทช.มีความพร้อมในการดำเนินการ โดยได้ออกแบบรายละเอียดทุกโครงการแล้วเสร็จ
ส่วนขสมก. จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการรถเช่ารถโดยสารรปะจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ซึ่งเป็นการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ระยะเวลาดำเนินการปี 70-75 จำนวน 800 คัน เพื่อทดแทนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เนื่องจากใช้งานนานกว่า 30 ปี โดย ขสมก.จะจัดหารถโดยวิธีการเช่า (รวมค่าบำรุงรักษา พร้อมระบบอัดประจุไฟฟ้า) ซึ่งเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดตามนโยบายภาครัฐ Carbon Neutrality ลดปัญหามลภาวะทางอากาศ PM 2.5 ส่งเสริมการเชื่อมต่อระบบขนส่งสารณะอื่นอย่างทั่วถึง ทำให้โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถอำนวยความสะดวกให้กับทุกกลุ่มคนที่เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ
สำหรับ บชส. จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างและปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารลกรุงเทพฯ (จตุจักร) ซึ่งเป็นไปตามแผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ โดยการพัฒนาสถานีขนส่งผู้โดยสารให้มีความทันสมัยสมัย พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก ยกระดับความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสาร รองรับปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้นในอนาคตด้วยมาตรฐานสากล “International BusTerminal” รวมทั้งเป็นการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะแบบไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity)