“ทางหลวงชนบท” ก้าวสู่ปีที่ 25 รับงบปี 70 กว่า 4.58 หมื่นล้าน ดันถนนเชื่อมไทยไร้รอยต่อ

Loading

กรมทางหลวงชนบท ก้าวสู่ปีที่ 25 ปี 70 รับงบ 4.58 หมื่นล้าน “พิพัฒน์” เร่งขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางถนนทั่วไทย เชื่อมโยงการเดินทางไร้รอยต่อทุกภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่กรมทางหลวงชนบท (ทช) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมทางหลวงชนบท ครบรอบ 24 ปี ( 9 ตุลาคม 2569)  โดยมีนายกฤชเทพ สิมลี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร.กระทรวงคมนาคม เข้าร่วม ในโอกาสนี้นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีทช. คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทช. ให้การต้อนรับ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาส และการนำพาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคมที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและความสุขให้กับประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมาในส่วนของ ทช. ได้มุ่งมั่นเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเพื่อยกระดับและวางรากฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งของประเทศ บรรเทาความเดือดร้อนและรับฟังปัญหาของประชาชนอย่างใกล้ชิดครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ

ปีงบ 69 ลุยโครงข่ายทั่วประเทศ จำนวน 3,662 สายทาง

นายพิชิต กล่าวว่า ปัจจุบัน ทช. มีโครงข่ายในความรับผิดชอบทั่วประเทศ จำนวน 3,662 สายทาง ระยะทางรวม 51,295.934 กิโลเมตร (กม) โดยในปีงบประมาณ 2569 ที่ผ่านมา ทช.ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น  52,963.2368 ล้านบาท สิ้นปีงบประมาณเบิกจ่ายไปแล้ว จำนวน 48,749.1416 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 92.04 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 69) ซึ่งในปีงบประมาณ 2569 ทช. มีโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ เช่น ถนนสายแยก ทล.4103 – ถนนพุทธภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช งบประมาณ 528.969 ล้านบาท ถนนสาย พท.4004 แยก ทล.4081 – บ้านฝาละมี อำเภอเขาชัยสน, บางแก้ว, ปากพะยูน จังหวัดพัทลุง งบประมาณ 429.500 ล้านบาท

โครงการที่คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2569 อาทิ โครงการก่อสร้างถนนสายเชื่อมศูนย์ซ่อมอากาศยาน – ศูนย์กลางการค้าส่งชายแดนบริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 – ถนนเชื่อม ทล.212 อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม งบประมาณ 949 ล้านบาท โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย ฉช.2004 แยก ทล.34 – ทล.314 อำเภอบางปะกง, เมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา (ตอนที่ 1) งบประมาณ 549.50 ล้านบาท โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช งบประมาณ 158 ล้านบาท

ส่วนโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง อาทิ โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับสันป่าตอง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ งบประมาณ 1,246.285 ล้านบาท โครงการก่อสร้างถนนสาย จ ผังเมือง นี้รวมเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร งบประมาณ 1,594 ล้านบาท

โครงการก่อสร้างถนนสาย ง ผังเมืองรวมเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช งบประมาณ 909.548 ล้านบาท โครงการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว อำเภอสหัสขันธ์, สามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ งบประมาณ 836 ล้านบาท โครงการถนนเลียบแม่น้ำโขงนาคาวิถี ช่วงสะพานมิตรภาพไทย – ลาว (แห่งที่ 2) – พระธาตุพนม จังหวัดมุกดาหาร, จังหวัดนครพนม งบประมาณ 615 ล้านบาท

ที่สำคัญยังมีอีก 2 โครงการสำคัญ ที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้กระทรวงการคลังใช้แหล่งเงินกู้ต่างประเทศจากธนาคารโลก (World Bank) โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 70:30 แบ่งออกเป็นเงินกู้จากธนาคารโลก ร้อยละ 70 และเงินงบประมาณแผ่นดิน ร้อยละ 30 เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา – อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง งบประมาณ 4,604 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ งบประมาณ 1,781 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันทั้งสองโครงการได้ลงนามเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะสามารถออกหนังสือแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงาน(NTP) ได้ประมาณวันที่ 14 พ.ย. 69 นี้

ลุยต่อเนื่องสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเล

นอกจากนี้ ทช. ยังมีภารกิจที่ได้เดินหน้าอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมอย่างเข้มข้น คือ โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) โดย ระยะที่ 1 (สมุทรสงคราม-ประจวบคีรีขันธ์-ระนอง-ชุมพร) ในส่วนของ ทช. ระยะทางรวม 514.616 กิโลเมตร ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ สำหรับระยะที่ 2 (ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา) กรมทางหลวงชนบทได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570

สำหรับการจ้างที่ปรึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเชิงหลักการของเส้นทางท่องเที่ยว ในส่วนของ ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) สมุทรปราการ-สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม ระยะทางรวม 83 กิโลเมตร นั้น ได้ทำการสำรวจออกแบบ/จัดทำรายงาน EIA แล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง และ ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 2) เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ (ตะนาวศรีคีรีพัฒน์) ระยะทางรวม 350 กิโลเมตร ได้ทำการสำรวจออกแบบ และผ่านการพิจารณาเล่มรายงาน EIA แล้ว โดยขณะนี้ ทช.ได้เริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างแล้ว จำนวน 2 โครงการ รวมระยะทางราว 81 กิโลเมตร สำหรับ ระยะที่ 4 (สงขลา-ปัตตานี-นราธิวาส) ในส่วนของ ทช. ระยะทางรวม 155.680 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 ส่วนระยะที่ 5 เลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน (ระนอง-พังงา-ภูเก็ต-กระบี่-ตรัง-สตูล) ในส่วนของ ทช. ระยะทางรวม 600.268 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)

ทช.ปี 70 รับงบ 45,840 ล้าน ลุยสร้างถนนหนุนท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณปี 2570 ทช. ได้รับงบประมาณรวม 45,840.3570 ล้านบาท โดยการดำเนินงานแบ่งออกเป็น งานก่อสร้างถนนเพื่อยกระดับมาตรฐานชั้นทาง, ถนนเพื่อสนับสนุนเส้นทางรถไฟทางคู่ และถนนสนับสนุนการท่องเที่ยว จำนวน 231 โครงการ ระยะทางรวม 587.442 กิโลเมตร ถนนเพื่อการแก้ไขปัญหาจราจรในปริมณฑลและภูมิภาค และถนนเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่ง และเพื่อการพัฒนาถนนผังเมือง ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ มีการก่อสร้างถนนและสะพาน จำนวน 12 โครงการ รวมถึง การก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วประเทศ จำนวน 20 โครงการ ความยาวรวม 1,927 เมตร

อีกทั้งยังมีงานบำรุงรักษาทาง จำนวน 913 แห่ง และงานอำนวยความปลอดภัย จำนวน 1,050 แห่ง โดย ทช. ยังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนภารกิจทั้งหมดนี้ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ผลงานเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างสูงสุด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตในภาคการคมนาคมขนส่งของประเทศ และให้ผู้ใช้ทางได้เดินทางอย่างเต็มศักยภาพ อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ติดตามน้ำท่วม 13 จังหวัด 71 สายทาง

นายพิชิต กล่าวอีกว่า ทช. ยังได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิดและเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนในทั่วทุกภูมิภาค โดยในช่วงที่เกิดเหตุได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักร ป้ายเตือน เสาขาวแดง เข้าติดตั้งในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการบริหารจัดการเส้นทาง การจัดรถบรรทุกรับ-ส่ง ให้บริการผู้ประสบภัยในบริเวณที่มีปริมาณน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งการนำถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น ส่งมอบให้ประชาชนอย่างเต็มกำลัง ตามนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในส่วนของโครงข่ายทางหลวงชนบท ขณะนี้ประสบอุทกภัยใน 13 จังหวัด (บุรีรัมย์, นครราชสีมา, ชัยภูมิ, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, กาญจนบุรี, นครปฐม, กำแพงเพชร, สุพรรณบุรี, สมุทรปราการ, ราชบุรี, นครนายก, ปทุมธานี ) ได้รับผลกระทบ 71 สายทาง สัญจรผ่านได้ 47 สายทาง สัญจรผ่านไม่ได้ 24 สายทาง (ข้อมูล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 17.00 น.) ซึ่งทช.ยังได้มีการเฝ้าระวังถนนที่อยู่ในความ รับผิดชอบในเส้นทางอื่น เพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยในการสัญจรให้กับพี่น้องประชาชน

ส่วนในบางสายทางที่ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว ได้จัดทีมเข้าสำรวจโครงสร้างสะพานและถนนทุกสายที่ได้รับผลกระทบทันที พร้อมนำเครื่องมือ เครื่องจักร และวัสดุอุปกรณ์เข้าซ่อมแซมฟื้นฟูถนน/สะพาน ในเบื้องต้นเพื่อให้ประชาชนสัญจรผ่านได้ก่อน โดยจะประเมินสถานการณ์ วางแผนฟื้นฟูซ่อมแซมในระยะยาวอีกครั้งต่อไป ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ หากประชาชนต้องการแจ้งเหตุอุทกภัยหรือขอความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146