“พิพัฒน์” จ่อเจรจา BTS-BEM แก้ไขสัญญาสัมปทาน รฟม. ลุยสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล-เงิน-เทา

Loading

“พิพัฒน์” จ่อเจรจาBTS-BEM แก้ไขสัญญาสัมปทานโอนเป็นของรัฐ หวังผลเข้าตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน รฟม.พร้อมลุยสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ สีน้ำตาล-เงิน-เทา ส่วนรถไฟฟ้า “ภูเก็ต – โคราช – เชียงใหม่” รอนั่งปี 75

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและมอบนโยบายสำคัญให้กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า ได้เน้นย้ำภารกิจเร่งด่วนในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อมุ่งลดภาระค่าเดินทาง ควบคู่การสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ประชาชนตามนโยบายรัฐบาลด้วยการยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยจะเร่งขยายผลการดำเนินนโยบายรถไฟฟ้าเหมาจ่าย 40 บาท ตลอดวัน ควบคู่กับการขับเคลื่อนแนวคิดการแบ่งโซนค่าโดยสาร (Zone-based fare) เพื่อปรับวิธีการคิดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่เป็นธรรมและทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างยั่งยืน

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า กระทรวงคมนาคมจะเร่งทำหน้าที่ในการเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนทั้ง 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ดำเนินการภายใต้เครือ BTS Group Holdings ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เพื่อดำเนินการตามนโยบายการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership)

พร้อมทั้งสนับสนุนการผลักดันพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 โดยบูรณาการดำเนินงานร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางในชีวิตประจำวัน

“ขอยืนยันว่าการดำเนินการ Single Ownership ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดก็จะไม่ให้กระทบกับหนี้สาธารณะของประเทศอย่างแน่นอน ดังนั้นขอให้รัฐบาลและกระทรวงการคลังสบายใจได้ “นายพิพัฒน์ กล่าวและว่า การเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานทั้ง 2 รายอาจไม่จำเป็นต้องใช้เงินเลย แต่อาจขอให้บริหารภายใต้ระบบตั๋วร่วม เพื่อให้ทำได้เร็ว โดยรัฐและประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งเราจะพยายามทำให้ตั๋วร่วมใช้ได้ในวันที่ 1 มกราคม2570 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายให้เร่งดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเทา เส้นทาง วัชรพล-ทองหล่อ ,รถไฟฟ้าสายสีเงิน เส้นทางบางนา-สนามบินสุวรรณภูมิ และ รถไฟฟ้าสายสีฟ้า เส้นทางดินแดง-สาทร โดยยืนยันว่าจะได้เห็นโครงการเกิดขึ้นภายในรัฐบาลชุดนี้แน่นอน

ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล เส้นทางแคราย-ลำสาลี นั้นยังติดปัญหาทางกายภาพที่ต้องมีการปรับแบบใหม่ เพราะเส้นทางทับซ้อนกับโครงการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 ช่วงถนนประเสริฐมนูกิจ (แยกทางต่างระดับเชื่อมทางด่วนฉลองรัช) – ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปบริเวณหน้าม.เกษตรศาสตร์

ด้ายนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า รฟม. จะเร่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญที่ได้รับมอบหมายให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยในส่วนของการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม ได้มีเตรียมว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาความเหมาะสมการดำเนินงาน 2 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ที่ปรึกษาทางเทคนิค เพื่อศึกษาการประมาณการรายได้และปริมาณผู้โดยสาร (Ridership Forecast) การประเมินด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และรายจ่ายลงทุนในการปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า และ2.ที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อศึกษาการปรับโครงสร้างการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าแบบ Single Ownership ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตามนโยบายและแนวคิดการแบ่งโซนค่าโดยสารโดยกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เพื่อนำมาประกอบการทบทวนผลการศึกษาต่อไป

นายกาญผจญ กล่าวอีกว่า รฟม.จะเร่งทบทวนผลการศึกษารถไฟฟ้าสายสีเทา และสายสีเงิน เนื่องจากผลการศึกษาเดิมที่ กทม.ทำไว้นานแล้ว ต้องปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน คาดว่าจะสรุปเสนอ บอร์ด รฟม. ได้ในปี 2570 ส่วนและสายสีฟ้า น่าจะเริ่มศึกษาในปี 2572 สำหรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลนั้น ถือว่ามีความพร้อมแล้วเหลือปรับแบบให้สอดคล้องกับ ทางด่วน N2  ของ กทพ. คาดว่าจะเสนอ บอร์ด รฟม.ได้ในปี 2569

ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าในต่างจังหวัดนั้น ในส่วนของจ.ภูเก็ต คาดว่าจะเสนอ ครม.ได้ปลายปี 2570-2571 และน่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2575 ส่วนจ.เชียงใหม่ อยู่ระหว่างศึกษาส่วนต่อขยาย คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2575 ขณะที่จ.นครราชสีมา มีแผนที่จะก่อสร้างและเปิดให้บริการในปี 2575 เช่นกัน