![]()
“พิพัฒน์” นั่งหัวโต๊ะ คจร. เดินหน้าแก้รถติด–เชื่อมต่อการเดินทางไร้รอยต่อ เคาะ 4 มติสำคัญ ลดมลพิษ–ปรับกฎหมาย–ยกระดับระบบรางและตั๋วร่วม เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชน
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ณ ห้องประชุมช้น 2 อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อบูรณาการการดำเนินงานด้านการจราจรและการขนส่งของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน



นายพิพัฒน์ กล่าวว่า คจร. ถือเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการจราจรและการขนส่งของประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการจราจร การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และการเชื่อมโยงการเดินทางในทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
โดยที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานตามมติ คจร. ระหว่างปี พ.ศ. 2565 – 2568 ซึ่งมีการติดตามการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 30 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 9 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 21 เรื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการขับเคลื่อนนโยบายด้านคมนาคมและการแก้ไขปัญหาจราจรอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 14 เส้นทาง รวมระยะทาง 279.84 กิโลเมตร มีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 4 โครงการ ระยะทางรวม 81.30 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้างอีก 2 โครงการ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรในระยะยาว
สำหรับโครงการด้านถนนและการแก้ไขปัญหาการจราจร ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พ.ศ. 2567 – 2580 ซึ่งครอบคลุมแนวเส้นทางสำคัญรวม 15 เส้นทาง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันบูรณาการแผนงานและเร่งรัดการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ 9 โครงการ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 12 โครงการ เพื่อแก้ไขปัญหาจุดคอขวด เพิ่มประสิทธิภาพการระบายการจราจร และลดระยะเวลาในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินมาตรการรองรับการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงความคืบหน้าการก่อสร้างทางเชื่อม (Interchange) ระหว่างสถานีรถไฟฟ้า บริเวณสถานีหัวหมากของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง กับแอร์พอร์ตลิงค์ และสถานีหลักสี่ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู กับรถไฟฟฟ้าสายสีแดง พร้อมทั้งได้ให้ข้อสังเกตเพื่อกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการด้านการจราจรและความปลอดภัยอย่างรัดกุม เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทางในช่วงก่อสร้าง และอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อการเดินทางของระบบขนส่งสาธารณะในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้รับทราบแผนการดำเนินงานพัฒนาระบบตั๋วร่วมในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569 – 2573) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญของกระทรวงคมนาคมในการยกระดับการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ลดความยุ่งยากในการเดินทาง และสนับสนุนการเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (อจร.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการการแก้ไขปัญหาจราจรทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการติดตามและเร่งรัดการดำเนินโครงการด้านคมนาคมและการจัดการจราจร เพื่อให้การพัฒนาระบบขนส่งของประเทศสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
สำหรับวาระเพื่อพิจารณา ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบใน 4 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย
1. เห็นชอบในหลักการให้กรุงเทพมหานครดำเนินการ แก้ปัญหาจราจรบริเวณถนนพระรามสี่บริเวณจุดตัดถนนวิทยุ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. เห็นชอบค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยมลพิษของยานพาหนะ เพื่อใช้เป็นค่ากลางในการประเมินการปล่อยมลพิษในภาคคมนาคมขนส่งทางบก ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) สารประกอบไฮโดรคาร์บอน (HC) และก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดนโยบายและมาตรการลดการปล่อยมลพิษในภาคคมนาคมขนส่งของประเทศ ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาระบบคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในระยะยาว
3. เห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกจังหวัด (อจร.) ให้สอดคล้องกับตำแหน่ฃในแัจจุบัน เพื่อให้การบูรณาการการแก้ไขปัญหาจราจรในระดับพื้นที่มีความคล่องตัว สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น ก่อนมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
4. เห็นชอบในหลักการปรับปรุงพระราชบัญญัติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของการพัฒนาระบบคมนาคมและการจัดการจราจรของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งรองรับการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบคมนาคมที่ประชาชนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม โดย คจร. จะเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกหน่วยงาน เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการจราจรและพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านความสะดวก ความปลอดภัย และการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต