![]()
“ภัทรพงศ์” ลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งเดินหน้า Remote Tower ศูนย์ควบคุมการบินระยะไกล ไปยังนราธิวาสและเบตง ตั้งเป้า ให้เสร็จปี 2571

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม ได้เร่งผลักดันโครงการ Digital Tower ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งการลงพื้นที่ศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่ในครั้งนี้ ได้รับทราบแผนงานและความคืบหน้าการเตรียมพร้อมของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เพื่อรองรับการใช้งาน Digital Tower ในรูปแบบ Remote Tower ซึ่งเหมาะสมสำหรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินน้อย การได้มาตรวจเยี่ยมและเห็นสถานที่จริง รวมทั้งได้รับฟังปัญหาอุปสรรคจากผู้ปฏิบัติงาน ทำให้เห็นทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจนขึ้น ในการปรับรูปแบบการให้บริการการเดินอากาศของประเทศไทย โดยการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเสริมการปฏิบัติงาน พร้อมผลักดันและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกมิติ โดยการให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศเขตสนามบินระยะไกล จากศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่ ไปยังท่าอากาศยานเบตงและนราธิวาส จะทำให้การบริหารอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ ได้กำชับ บวท. ให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย ภายในปี 2571 ภายใต้งบประมาณ 191.42 ล้านบาท

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ประธานกรรมการ บวท. กล่าวว่า การขับเคลื่อนโครงการ Digital Tower เป็นการนำนโยบายภาครัฐมาสู่การปฏิบัติ ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการบูรณาการข้อมูล เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ โดยหัวใจสำคัญ คือ การสร้างระบบที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และมั่นคง พร้อมอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บวท. ได้มีการศึกษาแนวทางการนำระบบ Digital Tower และ Remote Tower เข้าใช้งานเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 12 ปีแล้ว ผ่านกระบวนการศึกษาความเป็นไปได้ในหลายขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการนำเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีการนำไปใช้งานจริงอย่างแพร่หลายมาแล้วทั่วโลก จะสามารถนำมาใช้งานในบริบทของประเทศไทยได้ โดยจุดเด่นของระบบ คือ การใช้กล้องพาโนราม่าประสิทธิภาพสูง ร่วมกับเทคโนโลยี Object Tracking ระบบประมวลภาพแบบ Real-time สามารถตรวจจับและติดตามความเคลื่อนไหวอากาศยาน ยวดยานพาหนะ และสิ่งแปลกปลอมในพื้นที่สนามบิน ได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากกว่าการมองเห็นด้วยสายตา ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพ (Efficiency) และความปลอดภัย (Safety) ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หอควบคุมการจราจรทางอากาศ และยังเพิ่มผลิตภาพด้านบุคลากรเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ (ATC Productivity) การจัดสรรบุคลากรเข้าปฏิบัติงานมีความเหมาะสมกับปริมาณเที่ยวบินของแต่ละสนามบินมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการรองรับการขยายตัวของสนามบินที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต สำหรับสนามบินที่มีปริมาณการจราจรไม่หนาแน่น ก็มีแผนจะใช้ระบบ Remote Tower นี้แทน โดยไม่ต้องสร้างหอควบคุมการจราจรทางอากาศขึ้นใหม่ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดต้นทุน ทั้งในด้านการก่อสร้าง การจัดหาระบบอุปกรณ์รองรับ และการสรรหาบุคลากรใหม่ อีกด้วย
นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า โครงการ Digital Tower ในรูปแบบ Remote Tower มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง นับเป็นมิติใหม่ทางการบิน ดังนั้น การบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ทั้งภายใน บวท. หน่วยงานภายนอก จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง โดย บวท. จะดำเนินการพัฒนาระบบอย่างเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากกระบวนการติดตั้ง ทดสอบและตรวจสอบระบบในห้องปฏิบัติการ ตลอดจนการทบทวนและจัดทำวิธีปฏิบัติงาน การฝึกอบรมบุคลากร และกระบวนการบริหารการเปลี่ยนแปลง ร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ก่อนนำเข้าใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Digital Tower และ Remote Tower เป็นไปตามกฎระเบียบและมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว บวท. ได้มีการจัดทำแผนการดำเนินโครงการและบรรจุไว้ในแผนวิสาหกิจไว้แล้ว โดยการขับเคลื่อน Remote Tower ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนจากหอควบคุมการจราจรทางอากาศ สู่การควบคุมการบินจากระยะไกล แต่เป็นการปรับรูปแบบการให้บริการการเดินอากาศครั้งสำคัญของ บวท. ที่จะนำเทคโนโลยี ความปลอดภัย บุคลากร และประสิทธิภาพ มาขับเคลื่อนไปพร้อมกัน เพื่อยกระดับการให้บริการการเดินอากาศของไทยสู่มาตรฐานสากลและรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต
นอกจากนี้ บวท. ยังเดินหน้าจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ หรือ ATC Training Center ณ ศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่ เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการควบคุมจราจรทางอากาศ ด้วยเทคโนโลยีจำลองสถานการณ์การบินสมัยใหม่ หรือ 3D Simulator โดยมีกำหนดเปิดใช้งานภายในปี 2569 และพัฒนาการนำระบบ System Monitoring and Control (SMC) เข้าใช้งาน เพื่อเป็นศูนย์เฝ้าระวัง ติดตาม ควบคุมและสั่งการ สถานะการทำงานของระบบวิศวกรรมจราจรทางอากาศ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเป้าหมายเริ่มใช้งานในปี 2570 นี้ด้วยต่อไป