รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ลุ้น! ได้นั่งถึง “หนองคาย” ปี 75

Loading

รฟท. อัปเดตโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เตรียมประกวดราคาก่อสร้างสัญญา 4-5 เฟส 1 กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ปลายปี 69 เริ่มก่อสร้างปี 70 เปิดให้บริการปี 74 ส่วนสัญญา 4-1 เล็งดึงกลับมาก่อสร้างเอง เฟส 2 นครราชสีมา-หนองคาย คาดประกวดราคาปี 70 เปิดบริการปี 75

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ รฟท. เปิดเผยถึงความคืบหน้างานก่อสร้างสัญญา 4-5 (ช่วงบ้านโพธิ์ – พระแก้ว) ระยะทาง 13.30 กิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย- จีน ระยะที่ 1 (เฟส 1) กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำร่างรายละเอียดการประกวดราคา (TOR) คาดว่าจะแล้วเสร็จประเดือนพฤษภาคม 2569 จากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นในเดือนมิถุนายน 2569 ก่อนเข้าสู่กระบวนการประกวดราคาในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน 2569 และคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาได้ในช่วงปลายปี 2569 พร้อมเริ่มก่อสร้างในต้นปี 2570 โดยจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างงานโยธาประมาณ 3 ปี แล้วเสร็จในปี 2573 และใช้ระยะเวลา 1 ปีในการทดสอบการเดินรถ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2574

ส่วนกรอบวงเงินลงทุนนั้นต้องประเมินใหม่ เนื่องจากมีการปรับแบบสถานีอยุธยา ซึ่งคาดว่าจะไม่เกินกรอบวงเงินลงทุนเดิมมากหนัก แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ราคาวัสดุ อุปกรณ์ในการก่อสร้างเพิ่มขึ้นก็ตาม เพราะขนาดสถานีถูกปรับแบบให้เล็กลง ขณะที่กรอบวงเงินลงทุนเดิมตามที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติอยู่ที่ 11,000 ล้านบาท

สำหรับรูปแบบสถานีอยุธยาได้มีการออกแบบโดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่มรดกโลก ตามข้อเสนอแนะขององค์การยูเนสโกและกรมศิลปากร โดยสถานีมีความยาวรวม 450 เมตร ตัวอาคารหลักกว้าง 38.7 เมตร พร้อมทางเข้า–ออก 3 จุด รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ อาคารห้องเครื่อง อาคารโรงไฟฟ้าย่อย ระบบทางเดินเชื่อมต่อพร้อมหลังคาคลุม ท่าเทียบเรือข้ามฟากเชื่อมระหว่างสถานีอยุธยาและตลาดเจ้าพรหม พื้นที่จอดรถยนต์ และงานภูมิสถาปัตยกรรมโดยรอบ

โดยตัวสถานีอยุธยาได้มีการปรับแบบเพื่อลดผลกระทบด้านทัศนียภาพของแหล่งมรดกโลก โดยลดความสูงของโครงสร้างทางวิ่งจาก 19 เมตร เหลือ 17 เมตร และลดความสูงของอาคารสถานีจาก 54 เมตร เหลือ 28 เมตร รวมถึงปรับลดขนาดพื้นที่สถานีลงประมาณร้อยละ 13 เพื่อให้เกิดความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ในส่วนของการดำเนินงานก่อสร้าง ได้แบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วง 1 ครอบคลุมงานสำรวจโบราณคดี งานก่อสร้างทางวิ่ง และงานโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ระยะเวลาดำเนินการ 36 เดือน ขณะที่ช่วงที่ 2 เป็นงานก่อสร้างสถานีอยุธยา ซึ่งกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 36 เดือน ทั้งนี้งานก่อสร้างในพื้นที่สถานีจะดำเนินการได้ภายหลังจากได้รับความเห็นชอบจากกรมศิลปากรก่อน อย่างไรก็ตามสำรวจโบราณคดีหากพบเจอวัตถุโบราณก็จะต้องขยับพื้นที่ก่อสร้างตัวสถานี

ขณะที่สัญญา 4-1 (ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง) ระยะทาง 15.21 กิโลเมตร กรอบวงเงินรวม 21,000 แบ่งเป็นงานก่อสร้างตอม่อและสถานีดอนเมืองกรอบวงเงินราว 17,000 ล้านบาท งานก่อสร้างทางวิ่งมีกรอบวงเงินราว 4,000 ล้านบาท โดยสัญญา 4-1 นั้นมีโครงสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งมี บริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด เป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เป็นเอกชนผู้รับสัมปทานและจะต้องเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างในส่วนของตอม่อและสถานีดอนเมือง ส่วนทางวิ่งนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

อย่างไรก็ตามโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนั้นยังมีความชัดเจนในเรื่องการแก้ไขสัญญา จึงส่งผลทำให้การก่อสร้างของสัญญา 4-1 ล่าช้าไปด้วย ซึ่งหากภายในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2569 ยังไม่มีความชัดเจนรฟท.อาจจำเป็นต้องดึงงานส่วนงานก่อสร้างตอม่อและสถานีดอนเมืองกรอบวงเงินราว 17,000 ล้านบาทกลับมาดำเนินการเอง เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้ โดยแนวทางนี้จะต้องผ่านกระบวนการเจรจาที่ชัดเจน และต้องนำเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) คณะกรรมการรฟท. (บอร์ด รฟท.) รวมถึง ครม. พิจารณาเห็นชอบเนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสัญญา

ส่วนความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย- จีน เฟส 2 (นครราชสีมา-หนองคาย) รฟท. ได้เสนอของบประมาณปี 2570 ไปที่กระทรวงคมนาคมแล้ว เพื่อเตรียมนำเสนอต่อ ครม. ซึ่งหากรัฐบาลต้องการเร่งรัดโครงการก็ต้องเร่งอนุมัติงบประมาณปี 2570 เพื่อรฟท.จะได้เร่งดำเนินการก่อสร้างในเฟส 2 ขนานไปกับเฟส 1 ได้ทันที ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถเริ่มขั้นตอนการประมูลงานได้ในปี 2570 โดยในส่วนของงานระบบอาณัติสัญญาณอาจดำเนินการในรูปแบบ PPP อย่างไรก็ตามโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย- จีน เฟส 2 นั้นหากได้รับการอนุมัติงบประมาณในปี 2570 ก็คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงปี 2575