![]()
“ไทยออยล์” ชี้ตลาดน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ยังคงผันผวน แม้มีความคืบหน้าการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยรายงานสถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 12 – 18 มิ.ย. 69 พบว่า ตลาดน้ำมันดิบโลกยังคงเผชิญปัจจัยกดดันจากทั้งความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ อุปสงค์ และเศรษฐกิจ โดยสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ และอิหร่านมีสัญญาณผ่อนคลาย หลังสหรัฐฯ ชะลอแผนโจมตีและการเข้าควบคุมโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ขณะเดียวกันการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงมีความคืบหน้า แม้อิหร่านยังยืนกรานในประเด็นสำคัญ เช่น โครงการนิวเคลียร์ การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และด้านอุปทาน โดยคาดว่าการส่งออกผ่านฮอร์มุซอาจเพิ่มขึ้น แต่ระดับสำรองน้ำมัน ของ OECD มีแนวโน้มลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ขณะที่ฝั่งอุปสงค์มีสัญญาณอ่อนตัวลง โดย EIA ปรับลดคาดการณ์ อุปสงค์น้ำมันโลกปี 69 และ OPEC ก็ปรับลดเช่นกัน จากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวส่งผลให้การนำเข้าจากซาอุดีอาระเบียลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งสองประเทศยังเดินหน้ากระชับความร่วมมือด้านพลังงานเพิ่มเติม ในส่วนเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีสัญญาณชะลอตัวจากตลาดแรงงาน แต่เงินเฟ้อยังคงเร่งตัวขึ้นซึ่งเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะยังคงนโยบายการเงินแบบเข้มงวด และอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC วันที่ 16–17 มิ.ย. 2569

สำหรับปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย
· ตลาดจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump ยกเลิกแผนการที่จะโจมตีอิหร่าน และเข้าควบคุมเกาะ Kharg รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านในคืนวันที่ 11 มิ.ย. 69 โดยประธานาธิบดี Trump เผยว่าการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านมีความคืบหน้าอย่างมาก และได้รับการสนับสนุนจากประเทศตะวันออกกลางอย่างกว้างขวาง พร้อมเสริมว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจลงนามข้อตกลงสันติภาพได้ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน นาย Esmaeil Baghaei เผยว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ของร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว อย่างไรก็ดี อิหร่านจะไม่ยอมประนีประนอมในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน การปลดอายัดเงินทุนของอิหร่าน และการยอมให้อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ นาย Wright เผยการส่งออกน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซจะเพิ่มขึ้น โดยระบุว่าราคาน้ำมันในช่วงสงครามตะวันออกกลางสามารถทรงตัวได้เนื่องจากคลังสำรองน้ำมันของจีนมีมากกว่าที่คาด อย่างไรก็ดี สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (EIA) คาดปริมาณสำรองน้ำมันของกลุ่ม OECD จะลดลงมาอยู่ที่ 2,300 ล้านบาร์เรล ภายในเดือน ธ.ค. 69 ซึ่งจะเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 46 หลังมีการระบายคลังสำรองน้ำมันเพื่อชดเชยน้ำมันจากตะวันออกกลาง โดยปัจจุบันปริมาณสำรองอยู่ที่ประมาณ 2,748 ล้านบาร์เรล
· อุปสงค์น้ำมันดิบโลกคาดการณ์ว่าจะเติบโตลดน้อยลงจากการคาดการณ์ครั้งก่อนหน้า หลังจากรายงานฉบับเดือน มิ.ย. 69 ของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (EIA) คาดการณ์อัตราการเติบโตอุปสงค์น้ำมันโลกปี 69 อยู่ที่ -1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบกับปี 68 โดยเป็นการปรับลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล จากคาดการณ์ครั้งก่อนหน้า ขณะที่ OPEC คาดว่าอัตราการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกปี 69 อยู่ที่เพิ่มขึ้น 1.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบกับปีก่อนหน้า โดยเป็นการปรับลดลง 0.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากการคาดการณ์ครั้งก่อน หลังจากอุปสงค์ในจีนมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยคาดซาอุดีอาระเบียส่งออกน้ำมันดิบสู่จีนในเดือน ก.ค. 69 อยู่ที่ระดับ 0.39 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำกว่าเดือน พ.ค. 69 ที่ระดับ 0.71 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเป็นระดับที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 ประธานฝ่ายธุรกิจของบริษัท Saudi Aramco ของซาอุดีอาระเบีย นาย Mohammed Y. Al Qahtani เข้าพบรองผู้อำนวยการ National Energy Administration ของจีน นาย Song Hongkun ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความมั่นคงทางพลังงานโลก และเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างจีนกับซาอุดีอาระเบีย
· เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงชะลอตัว หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานยอดขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 6 มิ.ย. 69 เพิ่มขึ้น 4,000 รายเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า อยู่ที่ 229,000 ราย โดยเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งบ่งชี้อัตราเงินเฟ้อในเดือน พ.ค. 69 อยู่ที่ 4.2% เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนหน้า และเป็นระดับที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 66 ทั้งนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มคงจุดยืนเชิงเข้มงวด และมีความเป็นไปได้ที่จะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการ FOMC ครั้งถัดไป ในวันที่ 16–17 มิ.ย. 69

ส่วนสรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 6 – 11 มิ.ย. 69 พบว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 2.91 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 89.56 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 2.72 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 92.45 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอน หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump เผยผ่าน Truth Social ว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยืดเยื้อเกินไป พร้อมขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนัก หากการเจรจายังไร้ข้อสรุป และกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางใต้ของอิหร่านหลายแห่ง เช่น เมือง Sirik, Kangan, Bandar Abbas และ Minab ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศปิดฮอร์มุซโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมเตือนว่าหากเรือลำใดพยายามแล่นผ่านจะถูกโจมตีทันที
ขณะที่หน่วยงานศุลกากรของจีน (GAC) รายงานจีนนำเข้าน้ำมันดิบในเดือน พ.ค. 69 ลดลง 14%เทียบกับเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 7.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 9 ปี เนื่องจากจากโรงกลั่นอิสระ (Teapot) นำเข้าลดลงด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (EIA) รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 5 มิ.ย. 69 ลดลง 7.2 ล้านบาร์เรล เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 426.5 ล้านบาร์เรลต โดยเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 7 สู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. 69