“สิริพงศ์” มั่นใจขสมก. เริ่มลดขาดทุนปี 70 หลังรับรถเมล์ EV จำนวน 1,520 คัน คาดหยุดขาดทุนในปี 75-76

Loading

“สิริพงศ์” มั่นใจขสมก. เริ่มลดขาดทุนปี 70 หลังรับรถเมล์ EV จำนวน 1,520 คัน หวังลดต้นทุน 40-50% คาดหยุดขาดทุนในปี 75-76 เล็งปรับเส้นทางเดินรถใหม่รองรับรถเมล์ EA พร้อมลุยติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้า 12 จุด ยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพิ่มความสะดวก สบายให้ผู้โดยสาร

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและมอบนโยบายแก่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่า มั่นใจว่าในปี 2570 จะเริ่มเห็นผลประกอบการขาดทุนลดลง หลังจากเริ่มรับมอบรถเมล์ EV ปรับอากาศจำนวน 1,520 คัน ในเดือนมีนาคม 2570 การเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้านี้จะช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการและค่าซ่อมบำรุง ค่าเชื้อเพลิงได้ประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ 40-50% เมื่อเทียบกับรถแบบเดิม นอกจากนี้ยังมีแผนจะขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อเปลี่ยนรถเมล์ NGV อีกประมาณ 700 คันที่ใช้งานมานานกว่า 20 ปีให้เป็นรถ EV โดยต้องทำแผนของบเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะเป็นงบปี 2570 หรือไม่เกินปี 2571 

พร้อมกันนี้เพื่อนำรายได้มาช่วยลดภาระหนี้องค์กร ขสมก.ยังมีแผนลงทุนติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger Station) จำนวน 12 แห่งในพื้นที่อู่รถเมล์เดิมของขสมก.และพื้นที่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจรายอื่น โดยจะเป็นการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP (Public-Private Partnership) หรือการให้เอกชนเช่าพื้นที่เพื่อร่วมลงทุนพัฒนา ทั้งนี้การลงทุนติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้านั้น เพื่อตอบโจทย์นโยบายการใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร 

นอกจากนี้ขสมก.ยังมีแผนเพิ่มรายได้จากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในอู่รถ โดยมีแผนจะพัฒนาอู่มีนบุรี หรืออู่บางเขน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากมีพื้นที่ขนาดใหญ่และเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญ (Hub) ของรถไฟฟ้าทั้งสายสีเขียว​ สายสีชมพู และสายสีส้ม โดยมีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่ในลักษณะ Community Mall คล้ายกับรูปแบบของปั๊มน้ำมัน ปตท. ที่มีทั้งสถานีชาร์จ EV และร้านค้าบริการต่างๆ เพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการ ขณะเดียวการเพิ่มรายได้ยังมีแผนขายโฆษณาในรูปแบบใหม่บนรถเมล์อีกด้วย

ส่วนโครงการเช่ารถเมล์ปรับอากาศ EV จำนวน 800 คัน วงเงินรวม 8,139 ล้านบาท เพื่อทดแทนรถเมล์ปรับอากาศที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมนั้นจะต้องเป็นการจัดหารถใหม่เท่านั้น และจะไม่มีการ เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่งเป็นพิเศษ เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับบริการที่ปลอดภัยและมีคุณภาพสูงสุดตามมาตรฐานสากล

ปรับเส้นทางเดินรถ (Rerouting) ใน 2 เดือน

นายสิริพงศ์ กล่วาว่า ขสมก. เตรียมสรุปแผนการปรับเส้นทางเดินรถใหม่ภายใน 2 เดือน เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้โดยสารและผังเมืองที่เปลี่ยนไป โดยจะนำระบบ Simulator และฐานข้อมูลประชากรมาใช้ในการวิเคราะห์ เพื่อลดระยะทางที่วิ่งโดยไม่เกิดรายได้ และเน้นการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นตามนโยบาย “ล้อ-ราง-เรือ”, ปัจจุบัน ขสมก. มีเส้นทางเดินรถ 107 เส้นทาง และเส้นทางชั่วคราวอีก 16 เส้นทาง ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้อาจรวมถึงการเปลี่ยนเลขสายรถในบางเส้นทางที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง

ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวก สบายในการเดินทางผู้โดยสารนั้น ขสมก. มีแผนพัฒนากลไกแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารทราบเวลาที่รถจะถึงจุดหมายอย่างแม่นยำ เพื่อให้สามารถวางแผนการเดินทางได้ รวมถึงการทำข้อมูลให้เป็นมาตรฐานสากล เพื่อเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มนำทางอย่าง Google Maps ในส่วนของบุคลากร จะเน้นการ “Up-skill และ Re-skill” พนักงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกสู่ดิจิทัล รองรับการใช้รถเมล์ EV อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้แต่ตนยืนยันว่าจะไม่มีนโยบายเลิกจ้างอย่างแน่นอน 

ด้านนายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการขสมก. กล่าวว่า หลังจากได้รับมอบรถเมล์ EV 1,520 คันมาให้บริการในปีแรก 2570 อาจจะช่วยลกต้นทุนได้ไม่เต็มปี แต่จะช่วยลดต้นทุนได้เต็มปีในปี 2571 ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการขาดทุนลดลงจากปีละ 8,000 ล้านบาท อาจจะเหลือ 4,000 ล้านบาท และตั้งเป้าให้ตัวเลข EBIDTA (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) เป็น 0 หรือไม่ขาดทุนต่อปี ภายในปี 2575 – 2576