“สารัชถ์” เปิด 3 เงื่อนไขก่อนนำร่อง SMR ในไทย ชี้ราคายังแพงเกินไปยังไม่คุ้มค่า

Loading

สารัชถ์เปิด 3 เงื่อนไขก่อนนำร่อง SMR ในไทย ชี้ราคายังแพงเกินไปยังไม่คุ้มค่า รอหลัง 10 ปีราคาทยอยปรับตัวลดลง แนะลงทุน Battery Storage คุ้มค่ากว่า ยันไม่สนลงทุนในแหล่งปิโตรเลียม

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กล่าวว่า จากการประเมินทิศทางเทคโนโลยีพลังงานใหม่ระบุว่า ในระยะสั้น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก  (หรือ Small Modular Reactor : SMR) ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย เนื่องจากยังมีราคาสูงมาก แม้จากการหารือกับผู้พัฒนาเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกาอย่าง GE (General Electric) ยังยอมรับว่า เทคโนโลยี SMR ในเชิงพาณิชย์ยังถือว่ามีราคาแพงมากและยังไม่คุ้มค่าการลงทุน จึงยังต้องรอระยะเวลาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม แต่เชื่อว่าในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าราคาของเทคโนโลยี SMR จะค่อยๆ ทยอยปรับลดลงเรื่อยๆ เช่นเดียวกับกรณีของแผงโซลาร์เซลล์ในอดีต เนื่องจากเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Evolving/Developing) แต่กระบวนการดังกล่าวจำเป็นต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

เปิด 3 เงื่อนไขก่อนเกิด SMR ในไทย

หากประเทศไทยต้องการผลักดันให้เกิดการสร้างโรงไฟฟ้า SMR ให้ได้ตามเป้าหมายในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ที่บรรจุ SMR ไว้ในแผน 9,000 เมกะวัตต์ จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.การบริหารจัดการกระแสต่อต้านจากสังคม 2.ระดับราคาต้นทุนที่เหมาะสมและแข่งขันได้ และ3.การเลือกพื้นที่ก่อสร้างที่ต้องอยู่ห่างไกลจากชุมชน

“ปัจจุบันต้นทุนการสร้างโรงไฟฟ้า SMR ยังแพงอยู่มาก แต่อีก 10 ปีข้างหน้าราคาจะทยอยลดลง แต่หากกระทรวงพลังงานจะเร่งนำร่องไม่ว่าให้ใครทำก็ตามจะกลายเป็นต้นทุนสะสมในระบบไฟฟ้าทันที” นายสารัชถ์ กล่าว

แนะทางเลือก แบตเตอรี่-ก๊าซธรรมชาติคุ้มค่ากว่า

นายสารัชถ์ กล่าวว่า ในระหว่างที่เทคโนโลยี SMR ยังมีราคาสูงประเทศไทยควรพิจารณาทางเลือกอื่นที่มีต้นทุนถูกและคุ้มค่ากว่า โดยมองว่า ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Storage) เป็นทางเลือกที่มีความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์มากกว่า SMR ในปัจจุบัน ส่วนเทคโนโลยี ไฮโดรเจน (Hydrogen) นั้นก็ยังไม่สนใจลงทุน เนื่องจากมีราคาแพงมากและยังไม่คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน พร้อมกันนี้นายสารัชถ์ ยังยืนยันว่า ไม่มีความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในแหล่งปิโตรเลียม

ย้ำหลักการลงทุนพลังงาน ต้องไม่เพิ่มภาระประชาชน

นายสารัชถ์ กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจและนโยบายด้านพลังงานต้องยึดหลักความคุ้มค่าเป็นสำคัญ หากเทคโนโลยีใดมีราคาแพงจนไม่คุ้มค่า ย่อมไม่เหมาะที่จะนำมาใช้งาน เพราะในท้ายที่สุด ต้นทุนที่สูงเกินจริงจะสะท้อนกลับไปที่ต้นทุนรวมของระบบไฟฟ้า และกลายเป็นภาระค่าไฟฟ้าที่ส่งผ่านไปยังผู้บริโภคและประชาชน