![]()
“สิริพงศ์” แจงสภาฯ เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติปรับเพิ่มกรอบวงเงินโครงการการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สัญญา 2 ช่วงคลองขนานจิตร – ชุมทางถนนจิระ เป็น 1.76 หมื่นล้าน คาดแล้วเสร็จและเปิดให้บริการปี 2574
วันนี้ (27 สิงหาคม 2569) นายสิริพงศ์ อังคนสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในประเด็น “ความคืบหน้ากระบวนการเสนออนุมัติรูปแบบการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานร่วมและกรอบระยะเวลาการดำเนินงานโครงการรถไฟทางคู่ สัญญาที่ 2 และโครงการรถไฟความเร็วสูงในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา”
นายสิริพงศ์ ระบุว่า กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ ประกอบด้วย 4 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงมาบกะเบา – คลองขนานจิตร เปิดให้บริการแล้ว ช่วงมาบกะเบา – มวกเหล็กใหม่ และช่วงปางอโศก – คลองขนานจิตร เปิดให้บริการแล้ว ส่วนช่วงมวกเหล็กใหม่ – ปางอโศก ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างแล้ว จะเริ่มก่อสร้างในเดือนกันยายน 2569 คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2570 ส่วนสัญญาที่ 2 ช่วงคลองขนานจิตร – ชุมทางถนนจิระ รฟท. ได้ปรับแบบการก่อสร้างเป็นทางยกระดับตามข้อเรียกร้องของประชาชนในพื้นที่แล้ว สัญญาที่ 3 เป็นงานอุโมงค์รถไฟ ก่อสร้างเสร็จแล้ว และสัญญาที่ 4 เป็นงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม มีความคืบหน้าแล้ว 64% สำหรับรายละเอียดสัญญาที่ 2 ช่วงคลองขนานจิตร – ชุมทางถนนจิระ
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นควรอนุมัติปรับกรอบวงเงินรวมของโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ เป็น 38,067.91 ล้านบาท และอนุมัติกรอบวงเงินเพิ่มเติมสำหรับค่าก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ สัญญาที่ 2 ช่วงคลองขนานจิตร – ชุมทางถนนจิระ โดยขอกรอบวงเงินเพิ่มเติมทั้งสิ้น 8,304.34 ล้านบาท รวมเป็น 17,608.20 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ด้านสำนักงบประมาณ เห็นควรให้กระทรวงคมนาคมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติการปรับเพิ่มกรอบวงเงินรวมของโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ เป็น 38,067.91 ล้านบาท โดยปรับกรอบวงเงินเพิ่มเติมค่าก่อสร้างของสัญญาที่ 2 ช่วงคลองขนานจิตร – ชุมทางถนนจิระ 8,304.34 ล้านบาท เมื่อได้รับความเห็นกระทรวงการคลัง จะเร่งเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป และเมื่อ ครม.เห็นชอบแล้วกระทรวงคมนาคมและ รฟท. มีแผนงานเร่งการจัดทำ TOR และกำหนดราคากลาง ในเดือนมกราคม – มีนาคม 2570 ประกวดราคาและลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง ในเดือนเมษายน – กันยายน 2570 และเริ่มก่อสร้างได้ในเดือนตุลาคม 2570 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปี 2574
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการบริหารพื้นที่ก่อสร้างระหว่างโครงการรถไฟทางคู่และโครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 1 ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา กระทรวงคมนาคม มอบให้ รฟท. บูรณาการแผนการก่อสร้างโครงการรถไฟในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เพื่อป้องกันการทำงานซ้ำซ้อนและบรรเทาปัญหาวิกฤตจราจร โดยประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการกำหนดแนวทางการบริหารพื้นที่ร่วมกัน ซึ่งการดำเนินก่อสร้างส่วนใหญ่อยู่ในกรรมสิทธิ์พื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อลดผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน รวมถึง รฟท.ได้ตรวจสอบแนวเขตและโครงสร้างของทั้งสองโครงการร่วมกัน เพื่อไม่ให้กีดขวางหรือทับซ้อนกัน พร้อมทั้งกำหนดส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างแต่ละสัญญาให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อสำคัญ นอกจากนี้ ได้จัดลำดับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่ต้องใช้ร่วมกันให้แล้วเสร็จเป็นลำดับแรก ควบคู่กับการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องและบูรณาการแผนงานให้สอดคล้องกันด้วย รวมถึงในส่วนของมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านการจราจรและสิ่งแวดล้อม ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนบริหารจัดการจราจรและแผนความปลอดภัยเสนอให้พิจารณาก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยต้องจัดทำทางเบี่ยง รักษาช่องจราจรให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการปิดเส้นทางหลักหลายจุดพร้อมกัน และงดเว้นการขนส่งหรือใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ในชั่วโมงเร่งด่วน พร้อมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ป้ายเตือน และอุปกรณ์ความปลอดภัยตามมาตรฐาน ทั้งนี้ ต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบล่วงหน้า ตลอดจนอำนวยความสะดวกบริเวณทางเข้า – ออกชุมชนและสถานที่สำคัญ รวมทั้งยึดถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนแก่ประชาชน อาทิ ปัญหาฝุ่นละอองและเสียงรบกวน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และจัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนในทันที
นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคมตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัย และการจราจรของประชาชนในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบ ในการดูแลรักษาพื้นที่ก่อสร้าง ความปลอดภัย การบริหารจัดการจราจร ตลอดจนการป้องกันผลกระทบต่อประชาชน ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาจนกว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งการดำเนินโครงการจะใช้เขตทางรถไฟเป็นหลัก หากจำเป็นต้องใช้พื้นที่นอกเขตทาง ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้มอบให้ รฟท. บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่กำกับดูแล และสั่งการให้ผู้รับจ้างเร่งบรรเทาผลกระทบด้านการจราจรในบริเวณที่การก่อสร้างมีความล่าช้า โดยให้ซ่อมแซมพื้นผิวการจราจร ปรับระดับทางเบี่ยง ติดตั้งป้ายและเครื่องหมายจราจรให้ครบถ้วน พร้อมทั้งปรับแนวแท่งคอนกรีตเพื่อเปิดคืนช่องจราจรในส่วนที่ไม่จำเป็นต้องใช้งาน และดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ในการคืนพื้นผิวการจราจรชั่วคราวต้องได้รับความเห็นชอบจาก รฟท. ที่ปรึกษาควบคุมงาน และหน่วยงานเจ้าของทาง โดยต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงของโครงสร้างหรือแผนการดำเนินงานในอนาคต ส่วนการบริหารจัดการ ด้านการจราจร กระทรวงคมนาคมได้กำชับให้ รฟท. กำกับดูแลให้ผู้รับจ้างปรับปรุงแผนบริหารจัดการจราจรให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน จัดเตรียมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรโดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนหรือบริเวณจุดเสี่ยง และหลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายวัสดุก่อสร้างและเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ ในช่วงเวลาดังกล่าว ตลอดจนประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนทราบล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง