![]()
ขึ้นชื่อว่า “งานวิจัย” ภาพลักษณ์มักถูกมองเป็นเรื่องวิชาการที่อยู่ในรูปไฟล์เอกสารเอาไว้ศึกษา โดยมีงานวิจัยไม่มากที่เข้าสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) ซึ่งมีบทบาทหลักในการจัดสรรทุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้กับโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ก็จัดหมวดหมู่ของกลุ่มงานวิจัยและสาธิตเป็นกลุ่มที่กองทุนฯ ให้การสนับสนุน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการสรุปบทเรียนด้านข้อจำกัดหรือ Pain Point หลายอย่างที่ ส.กทอ. ตั้งเป้าที่จะแก้ไขเพื่อให้นักวิจัยทำงานได้จริง อาทิ
- ลดความซับซ้อน ปรับปรุงระบบการจัดสรรทุนที่ขั้นตอนเยอะ มีหลายหน่วยงาน เพื่อให้นักวิจัยทุ่มเทกับนวัตกรรมได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องทำงานเอกสารมากกว่างานวิจัย
- ยกระดับมาตรฐาน ปฏิรูปกระบวนการพิจารณากลั่นกรอง และการตรวจรับงานวิจัยให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
- การนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม เพราะปัจจุบันมีผู้นำไปใช้ประโยชน์จริงยังถือว่าน้อยมาก
- หนุนนักพัฒนาเทคโนโลยีคนไทย เพื่อให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยฝีมือคนไทยในโครงการสาธิตและริเริ่ม
สำหรับในปีงบประมาณ 2569 ได้กำหนดวงเงินจัดสรรให้กับกลุ่มงาน 2 กลุ่ม ในกลุ่มงานวิจัย/งานสาธิตรวมประมาณ 500 ล้านบาท แบ่งเป็น งานวิจัยและนวัตกรรม (200 ล้านบาท) เน้นการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางใหม่ด้านพลังงาน ให้ สอดคล้องกับนโยบายพลังงานของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับงานวิจัยเชิงเป้าหมาย ที่สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero Emissions) อย่างเป็นรูปธรรม งานสาธิตและนำร่อง (300 ล้านบาท) เน้นการนำเทคโนโลยีไปทดลองใช้จริง เพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์ก่อนเข้าสู่ตลาด
เป้าหมายสำคัญที่ต้องการนอกจากผลักดันเพื่อให้เกิดต่อยอดจากฐานงานด้านวิจัยเดิมที่เคยทำมา เช่น เรื่องยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ไฮโดรเจน และระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) แล้ว ยังเน้นให้ผลงานวิจัยด้านการอนุรักษ์พลังงานไปสู่เป้าหมายเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริงอีกด้วย โดยอยู่บนพื้นฐานการวางกรอบสนับสนุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของทุกภาคส่วน