รฟท.เผยราคาน้ำมันพุ่งกระทบต้นทุนเดินรถ หวั่นขาดทุนเพิ่ม 

Loading

รฟท.เผยราคาน้ำมันพุ่งกระทบต้นทุนเดินรถ หวั่นขาดทุนเพิ่ม จ่อปรับขบวนรถโดยสารตามความต้องการของประชาชน

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ รฟท. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันให้ต้องปรับตัวสูงขึ้นนั้น ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อรายจ่ายขององค์กรอย่างแน่นอน เพราะรายได้คงเดิม แต่รายจ่ายที่เป็นต้นทุนด้านพลังเชื้อเพลิงที่ใช้ในการเดินรถเพิ่มสูงขึ้น โดยกรมการขนส่งทางราง(ขร.) มีแนวทางรองรับราคาค่าโดยสารภายใต้ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ที่จะมีผลบังคับใช้ วันที่ 27 มีนาคม 2569 นี้ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ได้ประกาศค่าพิกัดสูงค่าโดยสาร และพิกัดสูงค่าขนส่งสินค้าไว้ ดังนั้นทางรฟท.จะนำมาเป็นแนวทางในการพิจารณาราคาตลาดที่เหมาะสมกับราคาค่าโดยสาารว่าควรเป็นเท่าไหร่

นายอนันต์ กล่าวว่า ปัจจุบันรฟท.ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 8-9 ล้านลิตรต่อเดือน หรือคิดเป็นเงินราว 270 ล้านบาทต่อเดือน แต่หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นก็จะมีผลต่อค่าใช้จ่ายส่วนนี้โดยตรง แม้ว่าค่าเชื้อเพลิงจะมีสัดส่วนไม่เกิน 30% ของต้นทุนเดินรถก็ตาม แต่ก็จะส่งผลให้ รฟท.ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น และจะทำให้ รฟท.ขาดทุนเพิ่มอย่างเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตามรฟท.ไม่กังวลเรื่องปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน และเขื่อว่าในส่วนของภาครัฐจะมีใช้เพียงพอ ขณะที่รฟท.เองได้ทำสัญญาซื้อตรงน้ำมันจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อยู่แล้ว และได้รับส่วนลดจากราคาตลาดเล็กน้อย แต่ที้งนี้ราคาก็จะเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดเช่นกัน

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับแผนรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันนั้น เบื้องต้นได้วางแนวทางการบริหารจัดการเดินรถได้ โดยหากปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น รฟท.จะเพิ่มขบวนรถเพื่อรองรับความต้องการ แต่หากปริมาณผู้โดยสารลดลงก็จะปรับลดขบวนรถลง เพื่อให้เกิดความสมดุลกับต้นทุนอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน รฟท.คงต้องพิจารณาเร่งหาแนวทางการหารายได้ส่วนอื่นเพิ่มที่ไม่ใช่เฉพาะแค่การเดินรถเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนแผนการเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี69 นั้น มั่นใจว่าจะมีปริมาณผู้โดยสารเดินทางจำนวนมาก และเต็มเช่นเดียวกับทุกปี ซึ่งรฟท.ได้เตรียมแผนรองรับและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนไว้แล้ว