![]()
“รมว.พลังงาน” ผนึกพันธมิตร เปิดตัวกิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2” รับมือวิกฤตพลังงานโลก หวังช่วยชาติลดใช้พลังงาน
สืบเนื่องจากสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน กระทรวงพลังงาน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.),การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.),บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษาพลังงาน ได้ร่วมกันจัด กิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2” ณ Synergy Hall อาคาร EnCO C ขึ้นในวันนี้ (17 มีนาคม 2569) โดยมี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในกิจกรรม พร้อมด้วยนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายบัณฑิต ธรรมประจําจิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษาพลังงาน และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงานเข้าร่วมงาน

นายอรรถพล เปิดเผยว่า การจัดงานในวันนี้ เป็นการประกาศมาตรการและประกาศเจตนารมณ์การประหยัดพลังงานต่อสาธารณชน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ซึ่งมาตรการที่ดำเนินการแล้ว ประกอบด้วยการเสนอแผนต่อ ครม. เมื่อวันที่10 มีนาคม 2569 ด้วยการขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานราชการ 19 กระทรวง รวมถึงโรงงานและอาคารควบคุมทั่วประเทศ ให้ลดการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีมาตรการต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ ตั้งเป้าหมายลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐให้ได้ร้อยละ 10 การเปิด Energy Clinic ให้คำแนะนำด้านการอนุรักษ์พลังงานให้กับทุกภาคส่วน การขอความร่วมมือประชาชนในการประหยัดพลังงานรูปแบบต่างๆ การ WFH การใช้ไฟฟ้า/น้ำมันเท่าที่จำเป็น ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ถึง 6.6 แสนลิตรต่อเดือน และลดการนำเข้า LNG ได้กว่า 982 ตันต่อเดือน
“ในสภาวะวิกฤตด้านพลังงานเช่นนี้ กิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2 ที่กระทรวงพลังงานจัดขึ้น เพื่อประกาศมาตรการและประกาศเจตนารมณ์ ผ่านการขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งอาคารธุรกิจ โรงงาน ภาคขนส่ง รวมถึงภาคประชาชน ให้ร่วมกันดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 26-27 องศาเซลเซียส การดูแลรักษาระบบแสงสว่าง และอุปกรณ์สำนักงาน ส่วนกระทรวงพลังงาน กฟผ. ปตท. และสถาบันการเงิน ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในการประกาศเจตนารมณ์ในการประหยัดพลังงาน ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจและไม่ควรตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ขอให้ “ตระหนัก” ในการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด เพื่อที่เราจะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน” นายอรรถพล กล่าว



นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ได้กล่าวเสริมว่า นอกจากมาตรการในภาครัฐแล้ว กระทรวงพลังงานยังได้รับความร่วมมือจากรัฐวิสาหกิจและพันธมิตรเอกชน อาทิ กฟผ. และ ปตท. ในการออกแคมเปญสนับสนุนภาคประชาชนและธุรกิจ
โดย กฟผ. ได้จัดโครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ” ด้วยการมอบส่วนลดล้างเครื่องปรับอากาศมูลค่า 300 บาท จำนวน 30,000 เครื่อง โครงการมอบส่วนลดซื้อผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 จำนวน 15,000 สิทธิ์ โครงการล้างคอนเดนเซอร์เครื่องทำความเย็นในอาคารภาครัฐ จำนวน 93 แห่ง และการสนับสนุน ENZY Platform สำหรับบริหารจัดการพลังงานในอาคารภาครัฐในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล
ขณะที่ ปตท. (PTTOR) ให้ความร่วมมือในการรณรงค์ให้ประชาชนนำรถยนต์เข้าตรวจเช็กฟรี 35 รายการที่ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดเชื้อเพลิง พร้อมรับส่วนลดสินค้าและบริการต่าง ๆ อีกด้วย
รวมทั้งยังได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินร่วมสนับสนุนสินเชื่อด้านพลังงานเพื่อส่งเสริมการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพและใช้พลังงานทดแทน ลดต้นทุนระยะยาวอย่างยั่งยืน
นอกจากนั้น ในวันนี้ยังได้รับความร่วมมือในการประกาศเจตนารมณ์จากผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) อีกด้วย

นายบัณฑิต ธรรมประจําจิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ระบุว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทในกลุ่ม ให้ความสำคัญและดำเนินมาตรการประหยัดและอนุรักษ์พลังงานมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต ดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับทุกสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงาน ทั้งในพื้นที่สำนักงานและพื้นที่ปฏิบัติการ ได้แก่ การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดการลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต การปรับปรุงและเปลี่ยนเครื่องจักรที่เสื่อมสภาพให้กลับมามีประสิทธิภาพสูงสุด การปรับเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ Electronics ที่ช่วยประหยัดพลังงาน และการติดตั้ง Solar Cell ในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการ อีกทั้งมีการสนับสนุนการประหยัดพลังงานในภาคอุตสาหกรรมโดยใช้ PTT Energy Platform เพื่อยกระดับการจัดการพลังงานและต่อยอดสู่การจัดการก๊าซเรือนกระจกให้มีประสิทธิภาพ
รวมถึง สนับสนุนมาตรการลดการใช้พลังงานของภาครัฐ อาทิ การปิดไฟพื้นที่สำนักงานในช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศพื้นที่สำนักงานอยู่ที่ 26 องศาเซลเซียส การจัดสรรเวลาให้พนักงาน Work From Home เน้นการประชุมแบบออนไลน์และงดเว้นการเดินทางศึกษา ดูงาน ประชุม สัมมนา อบรม ณ ต่างประเทศ เพื่อลดการเดินทางเหลือเท่าที่จำเป็น การงดผูกเนคไทและสวมสูทตามวาระที่จำเป็น อีกทั้ง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) (โออาร์) รณรงค์ให้ประชาชนนำรถยนต์เข้าตรวจเช็กฟรี 35 รายการที่ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดเชื้อเพลิง พร้อมรับส่วนลดสินค้าและบริการต่าง ๆ อีกด้วย
