![]()
ก.คมนาคม สรุปภาพรวมการเดินทางช่วงสงกรานต์ 2569 สะสม 7 วัน มีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวมกว่า 17 ล้านคน เน้นย้ำทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน ดูแลประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพฯ อย่างสะดวกและปลอดภัย
วันนี้ (17 เมษายน 2569) กระทรวงคมนาคม โดย ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) ได้รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2569 สะสม 7 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 07.30 น.) พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ



โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 17,436,582 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.29 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11 – 17 เมษายน 2568) ทั้งนี้ ระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45 ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 333,362 คน ภาคใต้ (ทางราง) 216,542 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 238,916 คน ภาคเหนือ (ทางถนน) 131,194 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 132,641 คน
ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 1,634,682 คน สำหรับการจราจรเข้า – ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 6,185,373 คัน ลดลงร้อยละ 9.54 และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 8,579,206 คัน ลดลงร้อยละ 3.64

สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 7 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 1,203 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,315 คน เสียชีวิต 165 คน สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 787 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 65 ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ 620 คัน ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่มีความลาดชัน 836 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 69 จังหวัดนครราชสีมามีผู้เสียชีวิตสูงสุด 8 คน ขณะที่กรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 58 ครั้ง
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุลดลงร้อยละ 19 ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 10 ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง และโครงข่ายทางรางเกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางน้ำและทางอากาศไม่มีรายงานอุบัติเหตุ
ในส่วนของกรมการขนส่งทางรางได้กำชับให้ผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าทุกสาย เตรียมพร้อมขบวนรถเสริมในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เพื่อรองรับประชาชนที่กลับมาทำงานหลังเทศกาล โดยให้ผู้ให้บริการทุกระบบรักษามาตรฐานการอำนวยความสะดวกและคุมเข้มมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวดต่อไป เพื่อให้ระบบรางเป็นโครงข่ายการเดินทางที่ประชาชนเชื่อมั่นและไว้วางใจได้ในทุกวัน
ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้จัดขบวนรถพิเศษเพิ่มเติมเพื่อรองรับประชาชนที่ทยอยเดินทางต่อเนื่องในวันที่ 16 – 17 เมษายน 2569 รวม 4 ขบวน ในเส้นทางสายเหนือและสายใต้ เพิ่มตู้โดยสารในขบวนที่มีผู้โดยสารหนาแน่นอย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 15 – 17 เมษายน 2569 รวมถึงพ่วงตู้โดยสารจนเต็มกำลังลากจูงในทุกเส้นทาง และจัดขบวนรถเสริมเพิ่มเติมเพื่อรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น เพียงพอต่อความต้องการและไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
ควบคู่กับการจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์ตามจุดต่าง ๆ ที่ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เดินทางขาเข้าให้สามารถเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งสาธารณะอื่นได้สะดวก รวดเร็วมากขึ้น และยังเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์บนขบวนรถ ทั้งด้านอุปกรณ์ บุคลากร และระบบประสานงาน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ในส่วนของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้แนะนำให้ประชาชนใช้บริการรถ Shuttle Bus รับ – ส่งฟรี เส้นทางสถานีขนส่งหมอชิต 2 – BTS หมอชิต – สถานีกลางฯ (ประตู 2) ตั้งแต่วันนี้ – 20 เมษายน 2569 เวลา 04.00 – 07.00 น. รวมทั้งรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ รวม 22 เส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยระบายผู้โดยสารจากสถานีขนส่งไปยังจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนหลัก พร้อมจัดเตรียมรถโดยสารและบริหารเที่ยววิ่งให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการต่อไป
ขณะที่กรมเจ้าท่า (จท.) ยังคงติดตามสถานการณ์การเดินทางทางน้ำอย่างใกล้ชิดภายหลังเทศกาลสงกรานต์ ผ่านศูนย์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทางน้ำ ควบคู่กับจัดเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์ข้อมูลเส้นทางการเดินเรือแก่ประชาชน พร้อมเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย สะดวก มั่นใจ และกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยทางน้ำอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยเพื่อรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชน โดยได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มศักยภาพและมีประสิทธิภาพ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนคงความเข้มงวดในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ตลอดช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้