นายกฯสั่ง! “พิพัฒน์” ลงพื้นที่ระนอง-ชุมพร พ.ค.นี้ เร่งเดินหน้า “แลนด์บริดจ์” หวังชงครม.เร็วที่สุด

Loading

นายกฯสั่ง!! “พิพัฒน์” ลงพื้นที่ระนอง-ชุมพร พ.ค.นี้ เร่งเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ เชื่อม 2 ฝั่งมหาสมุทร หวังชงครม.เร็วที่สุด ก่อนเดินสายโรดโชว์อีกรองดึงนักลงทุนทั่วโลก

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 เม.ย.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการให้กระทรวงคมนาคมเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ โดยการลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านในพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร เพราะแม้ว่าจะเคยมีการทำประชาพิจารณ์ไปหลายรอบแล้วแต่ก็ผ่านมาถึง 4 รัฐบาลแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยลงพื้นที่มาก่อน เนื่องจากรอความชัดเจน แต่เวลานี้นายกรัฐมนตรีให้เดินหน้าโครงการแล้ว ดังนั้นตนจะลงพื้นที่จังหวัดระนองและชุมพรในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อสอบถามความคิดเห็นชาวบ้านล่าสุดอีกครั้ง ก่อนสรุปรายละเอียด และเตรียมนำเสนอที่ประชุมครม. พิจารณาขออนุมัติโครงการ ซึ่งยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะนำเสนอได้เมื่อไหร่ แต่จะพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นจากการประชาพิจารณ์มา 2 ครั้งพบว่าชาวบ้านเห็นด้วยกับโครงการ แต่ก็ยังมีบุคคลบางกลุ่มไม่เห็นด้วย ดังนั้นคงต้องชี้แจงให้รับทราบถึงประโยชน์ที่ประเทศเราควรจะได้รับ และชี้ให้เห้นว่าจากสงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเส้นทางการเดินเรือ หากไทยสามารถเปิดเส้นทางการเดินเรือที่เชื่อมทั้ง 2 ฝั่งมหาสมุทรเข้าด้วยกันได้ก็จะเป็นโอกาสของไทย และเชื่อว่าโครงการนี้จะสำเร็จได้ในรัฐบาลชุดนี้

ต่อข้อถามถึงการเชิญชวนนักลงทุนจากดูไบเข้ามาลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทราบว่าก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็มีนักลงทุนจากหลายประเทศเข้ามาศึกษาโครงการนี้ในไทยหลายครั้งแล้ว อย่างไรก็ตามหาก ครม.อนุมัติโครงการแล้วก็จะเดินสายโรดโชว์เชิญชวนนักลงทุนจากประเทศต่างๆอีกครั้ง เพื่อเปิดกว้างให้นักลงทุนจากทั่วโลก

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันตนได้หารือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์ฯ) ว่าจะสามารถนำโครงการแลนบริดจ์ผนวกเข้ากับโครงการระเบียบเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้( SEC) เป็นโครงการเดียวกันได้หรือไม่ เพราะโครงการแลนด์บริดจ์ อยู่ในพื้นที่จังหวัดชุมพร และระนองเท่านั้น ส่วนโครงการ SEC จะรวมจังหวัดสุราษร์ และนครศรีธรรมราช ด้วย เนื่องจากพื้นที่ทั้ง 2 โครงการมีความคาบเกี่ยวกัน ทั้งนี้เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับสิทธิประโยชน์ในการลงทุนเพิ่มขึ้นด้วย