![]()
“ก.พลังงาน” อัพเดทราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลง หลังตลาดกังวลเหตุขัดแย้งตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจโลก ขณที่ไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 108 วัน ด้านฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ติดลบ 63,024.89 ล้านบาท
กระทรวงพลังงาน ขอรายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ ปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประจำวันที่ 1 พฤษภาคม 2569
1. สถานการณ์พลังงานโลกและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงยกระดับต่อเนื่อง หลังทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องกลับมาใช้กำลังทหารกับอิหร่านอีกครั้ง ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านออกมาประณามการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ พร้อมระบุว่าอิหร่านจะไม่ยอมทนอีกต่อไป ขณะเดียวกัน เลขาธิการสหประชาชาติได้ออกมาเตือนว่าวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซกำลังลากเศรษฐกิจโลกให้ทรุดลงในทุกชั่วโมง ฝั่งทำเนียบขาวเองก็เริ่มพิจารณาปรับกฎระเบียบเพื่อเร่งเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันในประเทศ ส่วน UAE ที่เพิ่งถอนตัวจาก OPEC อย่างเป็นทางการนั้น แม้จะเปิดทางให้ขยายการผลิตได้ในระยะยาว แต่ยังไม่มีผลต่ออุปทานในตลาดทันทีเนื่องจากช่องแคบยังคงปิด อย่างไรก็ตาม ยังคงผันผวน เนื่องจากความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานที่อาจชะลอตัวลง
โดยราคาปิดวันที่ 30 เมษายน น้ำมัน WTI ลดลง 1.81 ดอลลาร์ ปิดที่ 105.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent ลดลง 4.02 ดอลลาร์ ปิดที่ 114.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคา Dubai ปรับขึ้นอยู่ที่ 112.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ปรับตัวสูงขึ้น โดยน้ำมันดีเซลปิดอยู่ที่ประมาณ 179 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซินปิดที่ประมาณ 138 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากวันที่ 22 เมษายน 2569 ปิดอยู่ที่ประมาณ 167 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซินปิดที่ประมาณ 129 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
2. ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ และการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล
– ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 108 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 24 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 39 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 20 วัน
– การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ข้อมูลเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 1 – 29 เมษายน 2569 ไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 74.32 ล้านลิตร และจำหน่าย 54.91 ล้านลิตร
3. ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ต่างประเทศ และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
– คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ส่งผลให้ราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา (บี7) ปรับขึ้นเป็น 40.80 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 เป็น 33.80 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันกลุ่มเบนซินมีการปรับราคาขายปลีกขึ้น โดยน้ำมันแก๊สโซฮอล E20 36.30 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 43.30 บาท และน้ำมันแก๊สโซฮอล 91 42.93 บาท
– เทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 43.30 บาท ขณะที่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 47.93 – 88.54 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 40.80 บาทต่อลิตร ขณะที่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 43.96 – 119.76 บาทต่อลิตร
– ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ติดลบ 63,024.89 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 168.65 ล้านบาท
