ตลาดน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ยังผันผวน หลังสหรัฐฯ เตรียมแผนทางการทหาร-อิหร่านยังส่งสัญญาณแข็งกร้าว

Loading

ไทยออยล์ ชี้ ตลาดน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ยังผันผวน หลังสหรัฐฯ เตรียมแผนทางการทหาร ขณะอิหร่านยังส่งสัญญาณแข็งกร้าว

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยถึง รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 1 – 7 พ.ค. 69 พบว่า ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวนเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ หลังจากสหรัฐฯ เตรียมแผนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ขณะที่อิหร่านส่งสัญญาณตอบโต้และรักษาอิทธิพลเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบโลกยังคงตึงตัว อย่างไรก็ดี สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนมีสัญญาณเชิงบวก แม้ยังมีการโจมตีต่อเนื่องในบางพื้นที่

นอกจากนี้ ตลาดจับตาการประชุมโอเปกพลัสที่อาจเพิ่มกำลังการผลิต ท่ามกลางการถอนตัวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และการส่งออกของกลุ่มโอเปกพลัสที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย

• สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากแหล่งข่าวระบุว่า พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้เข้าพบนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อรายงานแผนปฏิบัติการทางทหารรูปแบบใหม่ที่อาจใช้กับอิหร่านในระยะถัดไป โดยแหล่งข่าวได้เปิดเผยว่า แผนดังกล่าวจะเป็นปฏิบัติการระยะสั้น แต่มีความรุนแรงสูง นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้เตรียมแผนการที่มุ่งเน้นไปที่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซผ่านการยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์บางส่วน เพื่อเปิดทางให้เรือพาณิชย์สามารถกลับมาเดินเรือได้อีกครั้ง ทั้งนี้ แผนการดังกล่าวถูกจัดเตรียมขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาภายใต้เงื่อนไขที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้

• ตลาดกังวลต่อสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อาจยืดเยื้อ หลังจากนาย อยาตอลเลาห์ มอจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ส่งสัญญาณถึงแนวทางการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือภายใต้โครงสร้างใหม่ โดยระบุว่า อิหร่านมีแผนจะยุติการใช้อำนาจโดยมิชอบของศัตรูในเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของอิหร่านในการรักษาอิทธิพลเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ออกมาเตือนอีกว่า หากสหรัฐฯ ดำเนินการโจมตีอิหร่านอีกครั้ง แม้เป็นการโจมตีในวงจำกัด ก็จะนำไปสู่การตอบโต้ที่ยืดเยื้อและรุนแรงต่อฐานทัพและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค

• สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งสัญญาณบวกอีกครั้ง หลังจากนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยว่า ขณะนี้ ยูเครนอยู่ระหว่างการขอรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอหยุดยิงระยะสั้นที่รัสเซียเสนอแก่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อพิจารณาว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงการหยุดยิงชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของพิธีสวนสนามในกรุงมอสโก หรือเป็นข้อตกลงหยุดยิงที่มีระยะเวลานานกว่านั้น หลังจากนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เสนอให้มีการหยุดยิงในวันที่ 9 พ.ค. 69 ซึ่งตรงกับวัน Victory Day ของรัสเซีย ทั้งนี้ ยูเครนยังคงแสดงจุดยืนสนับสนุนการหยุดยิงระยะยาวและมีเงื่อนไขที่ชัดเจนมากกว่า อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงตึงเครียด โดยรัสเซียและยูเครนยังคงมีการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่ยูเครนเดินหน้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย โดยล่าสุดมีรายงานว่า โรงกลั่น Tuapse ของรัสเซียต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว หลังถูกโจมตีจากยูเครนถึง 3 ครั้ง นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย. 69 เป็นต้นมา

• ตลาดจับตาการประชุมของกลุ่มโอเปกพลัสที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ค. 69 เนื่องจากมีรายงานว่ากลุ่มโอเปกพลัสมีแนวโน้มเห็นชอบให้เพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมันอีกราว 188,000 บาร์เรลต่อวันในเดือน มิ.ย. 69 ซึ่งใกล้เคียงกับการปรับเพิ่มขึ้น 206,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ ตัวเลขที่ปรับลดลงสะท้อนการหักสัดส่วนการผลิตของสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ลาออกจากการเป็นสมาชิกของกลุ่มโอเปกและโอเปกพลัส มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 69 เป็นต้นไป

• สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้การส่งออกน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกพลัสลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากข้อจำกัดด้านการขนส่งที่เกิดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีรายงานว่า กำลังการผลิตเฉลี่ยของกลุ่มโอเปกพลัส ในเดือน มี.ค. 69 อยู่ที่ 35.06 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงถึง 7.70 ล้านบาร์เรลต่อวันจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งการปรับลดส่วนใหญ่มาจากอิรักและซาอุดีอาระเบียที่เผชิญข้อจำกัดด้านการส่งออก ขณะที่ รัสเซียก็มีกำลังการผลิตลดลงเช่นกัน จากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน

• ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ดุลการค้า เดือน มี.ค. 69 อัตราการว่างงาน เดือน เม.ย. 69 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ เดือน เม.ย. 69 ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน มี.ค. 69

ส่วนสรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันนที่ 24 – 30 เม.ย. 69 พบว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 9.65 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 100.53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 13.11 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 111.37 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านประสบความล้มเหลว โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีคำสั่งยกเลิกการเดินทางของคณะผู้แทนสหรัฐฯ ที่จะเดินทางไปเจรจากับอิหร่าน ณ กรุงอิสลามาบัด หลังนายอับบาสอารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เดินทางออกจากปากีสถานโดยไม่มีแผนเข้าพบตัวแทนสหรัฐฯ แม้ต่อมาอิหร่านเสนอข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม โดยมุ่งแก้ไขปัญหาการขนส่งในอ่าวเปอร์เซียเป็นลำดับแรกและแยกการหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ออกไปก่อนจนกว่าสงครามจะยุติและสถานการณ์จะคลี่คลาย แต่สหรัฐฯ ยังคงไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว พร้อมยืนยันที่จะใช้มาตรการทางทหารและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซเพื่อกดดันอิหร่านให้ทำข้อตกลงตามเงื่อนไขของสหรัฐฯ

ขณะเดียวกันความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยังคงรุนแรง แม้อยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง โดยอิสราเอลยังคงโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ในขณะที่ ฝ่ายฮิซบอลเลาะห์ยังคงตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลและแสดงจุดยืนไม่ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าว โดยยืนยันว่าจะยังคงต่อต้านเพื่อปกป้องเลบานอนต่อไป โดยท่าทีดังกล่าวได้สร้างแรงสั่นคลอนต่อความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิง

อย่างไรก็ดี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ซึ่งมีกำลังการผลิตน้ำมันดิบราว 3.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 68 ได้ประกาศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มโอเปกและโอเปกพลัส เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 69 และมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 69 ซึ่งการถอนตัวดังกล่าวถูกมองว่าจะสร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพการบริหารจัดการอุปทานน้ำมันของโอเปก และเพิ่มความเสี่ยงภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาดในระยะถัดไป

ทั้งนี้ ภายใต้ความผันผวนของราคาพลังงานโลกจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และวางแผนจัดหาน้ำมันดิบอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศอย่างเต็มกำลัง ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน