สำนักงาน กกพ. เปิดรับฟังความเห็น ร่างประกาศหลักเกณฑ์สรรหา กรรมการ กกพ. 4 ตำแหน่ง

Loading

สำนักงาน กกพ. เปิดรับฟังความเห็น “ร่างประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง ระยะเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. ….” ระหว่าง 6 พ.ค. – 4 มิ.ย.2569 หวังเดินหน้าสรรหา “กรรมการ กกพ.” 4 ตำแหน่ง ที่ว่างอยู่กว่า 1 ปี

นับเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว ที่ยังไม่สามารถสรรหาตำแหน่ง คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่ว่างอยู่ 4 ตำแหน่ง จากทั้งหมด 7 ตำแหน่ง เนื่องจากการครบวาระงาน 6 ปี ไปตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2567 นั้น

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ. ) เปิดรับฟังความคิดเห็น “ร่างประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง ระยะเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. ….” ผ่านทางเว็บไซต์ LAW ระบบกลางทางกฎหมาย เป็นเวลา 30 วัน ระหว่างวันที่ 6 พ.ค.-4 มิ.ย.2569

โดยเนื้อหาสำคัญของประกาศฉบับนี้ ระบุว่า เนื่องจากร่างประกาศฯ  ดังกล่าวมีผลกระทบต่อสิทธิและโอกาสของบุคคลทั่วไปในการสมัครและได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จึงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบก่อนการออกกฎหมาย และปรากฏว่า “ประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง ระยะเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2568” ที่ผ่านมา ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องมาก่อน จึงต้องเปิดรับฟังความเห็นขึ้นในครั้งนี้

สำหรับประเด็นสำคัญของร่างกฎหมายที่นำมารับฟังความคิดเห็น ประกอบด้วย

1. การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ต้องเป็นผู้ที่มีผลงานหรือเคยปฏิบัติงานที่แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ตามที่กำหนด

2. กำหนดให้สำนักงาน กกพ. จัดทำประกาศการรับสมัครคัดเลือกกรรมการ โดยกำหนดวัน เวลา และสถานที่ และเอกสารการสมัครเข้ารับการคัดเลือก และปิดประกาศไว้ที่สำนักงาน และเว็บไซต์ของสำนักงาน กกพ. ไม่น้อยกว่า 10 วัน

3. กำหนดให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครที่มีความรู้ความเข้าใจและมีความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ รวมทั้งมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามจำนวนตำแหน่งกรรมการที่จะว่างลง โดยการลงคะแนนให้กระทำโดยการออกเสียงลงคะแนนลับเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรี โดยการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครเป็นไปตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนด ทั้งนี้ อาจกำหนดให้ผู้สมัครแสดงตนและวิสัยทัศน์ด้วยวาจาต่อที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา

4. กำหนดวิธีการประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือก โดยให้ปิดประกาศไว้ที่สำนักงานและเว็บไซต์ของสำนักงาน กกพ. และแจ้งเป็นหนังสือถึงผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือก

5. กำหนดวิธีการเสนอชื่อบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งต้องประกอบด้วยรายละเอียดหรือหลักฐานว่าเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมด้านใด หนังสือยินยอมการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน โดยการคัดเลือกและเสนอชื่อต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันนับจากวันครบกำหนดรับสมัคร

6. กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดกรณีที่มีปัญหาหรือข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้

ทั้งนี้ พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 กำหนดให้มีการแต่งตั้ง “คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)” เพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการกำกับกิจการพลังงานซึ่งเป็นกิจการที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของระบบสาธารณูปโภค ด้านไฟฟ้าและด้านก๊าซธรรมชาติของประเทศ ให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และที่สำคัญจะต้องเป็นผู้ไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้งทางธุรกิจ

จึงได้กำหนดให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และมีความจำเป็นต้องออกประกาศกระทรวงพลังงานฉบับนี้ เพื่อเริ่มกระบวนการสรรหาและการคัดเลือกกรรมการกำกับกิจการพลังงานชุดใหม่ ให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล รวมทั้งเกิดความโปร่งใส และตรวจสอบได้

ทั้งนี้ ที่ผ่านกระบวนการแต่งตั้ง กกพ. เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2567 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการสรรหา กกพ. จำนวน 8 คน ไปเรียบร้อยแล้ว โดยมี นายณอคุณ สิทธิพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา แต่เกิดปัญหาด้านกฎหมายบางประการ ส่งผลให้ต่อมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เสนอประกาศกระทรวงพลังงานเรื่อง “ระยะเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2568” และเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 25 เม.ย. 2568 ได้ออกประกาศกระทรวงพลังงานตามที่นายพีระพันธุ์เสนอไปแล้ว  โดยประกาศดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การคัดเลือกคณะกรรมการสรรหา กกพ. และการดำเนินการแต่งตั้งตำแหน่ง กกพ. ที่ว่างอยู่ให้เป็นไปโดยรวดเร็วและไม่ล่าช้าเกินสมควร หรือเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ กกพ.เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้นในสมัยรัฐบาล “อนุทิน 1” มาสู่สมัยรัฐบาล “อนุทิน 2” ก็ยังติดปัญหาในด้านคณะกรรมการสรรหาฯ และขั้นตอนที่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่งผลให้ต้องเริ่มกลับมาเปิดรับฟังความเห็น “ร่างประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง ระยะเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. …” ใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่กระบวนการสรรหา กกพ. ต่อไป