![]()
“พิพัฒน์” ชี้หลุดงานกำกับ EEC เป็นข้อตกลง ระบุทำหน้าที่เสร็จแล้ว ย้ำจากนี้ไปแก้ไขสัญญา “ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน” เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีต้องตัดสินใจ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบยกเลิกไม่ให้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ว่า เรื่องนี้ถือเป็นข้อตกลงว่า เมื่อทำงานมาแล้วระดับหนึ่งก็ต้องหาผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการตลาดให้เข้ามาเดินหน้าต่อ เพราะยอมรับว่าหากจะให้ตนไปคุยกับต่างประเทศก็อาจไม่มีความเชี่ยวชาญเท่ากับนายกรัฐมนตรี และในช่วงนี้ที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศก็มีโอกาสสัมผัสกับนักลงทุนในต่างประเทศจำนวนมาก และได้มีการเจรจาและเชิญชวนนักลงทุนรายใหญ่ให้เข้ามาลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีประสิทธิภาพและสามารถให้คำมั่นสัญญากับต่างชาติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ
“วันนี้ประเทศไทยไม่มีเวลาที่จะรอ อะไรที่เป็นความคล่องตัวที่สุดก็ต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด ดังนั้นอย่าไปคิดว่าจะน้อยใจหรือไม่สบายใจ พวกเราทำงานแบบมืออาชีพ ต้องเข้าใจอะไรที่เป็นผลสำเร็จของประเทศนั่นคือเป้าหมายที่ดีที่สุด”นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันข้อจำกัดและข้อกฎหมายต่างๆ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่เคยประกาศไว้ในอดีตแต่ยังคาราคาซัง ไม่สามารถนำขึ้นมาพิจารณาให้จบได้นั้น ขณะนี้ตนได้ดำเนินการแก้ไขและผลักดันข้อกฎหมายจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะกรณีการแก้ไขสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง -สุวรรณภูมิ- อู่ตะเภา) ที่ตนประกาศชัดเจนว่าจะไม่มีการแก้ไขสัญญาอย่างเด็ดขาด แม้ว่าจะผ่านการปรึกษามาแล้วก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้หาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเดินตามที่ตนประกาศไว้ หรือจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นสิทธิที่นายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจ ส่วนเงื่อนไขและรายละเอียดที่เป็นข้อปฏิบัติของ EEC ที่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ(บอร์ด)แล้วก็เป็นเรื่องที่ต้องรอการอนุมัติในขั้นตอนต่อไป