ครม. เห็นชอบหลักการปรับเพิ่มเกณฑ์สมุดพกผู้รับเหมา คาดมีผลบังคับใช้ ภายใน 30 วัน

Loading

ครม. เห็นชอบหลักการปรับเพิ่มเกณฑ์สมุดพกผู้รับเหมาทำชุ่ย เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิต-ทรัพย์สินเป็นผู้ทิ้งงาน ขึ้นแบลคลิสต์ ห้ามประมูลงานภาครัฐ 2-10 ปี คาดมีผลบังคับใช้ไม่เกิน 30 วันหลังจากนี้

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงการคลังเสนอในการปรับปรุงร่างกฎกระทรวง เพื่อขยายพฤติกรรมอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน ของผู้รับเหมาก่อสร้างในโครงการภาครัฐ โดยสืบเนื่องจากปัจจุบันมีกรณีที่ผู้รับจ้างงานก่อสร้างของหน่วยงานรัฐทำให้มีข้อบกพร่อง หรือผิดพลาดที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดพยันตรายต่อชีวิต หรือทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดซ้ำหลายครั้ง แต่ในอดีตหน่วยงานรัฐก็ยังไม่สามารถสั่งบอกเลิกจ้างกับคู่สัญญาตามมาตรา 103 แห่ง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ได้ เนื่องจากตัวบทกฎหมายและระเบียบเดิมยังไม่ครอบคลุมถึงพฤติการณ์ดังกล่าว

ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ครอบคลุมและเข้มงวดขึ้น โดยกำหนดปรับปรุงหลักเกณฑ์การกระทำอันมีลักษณ์เป็นการทิ้งงาน โดยกำหนดให้ครอบคลุมกรณีที่ผู้รับจ้างก่อสร้างปฏิบัติงาน หรือละเว้นการปฏิบัติงานในช่วงระยะเวลาตามสัญญา ไปจนถึงวันที่ผู้ว่าจ้างตรวจรับงานครั้งสุดท้าย จนเป็นเหตุให้งานก่อสร้างเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน ทั้งงานก่อสร้างถนนสาธารณะ, สัญญาจ้างทางรถไฟ, การทางพิเศษ หรือทางยกระดับต่างๆ ให้ถือเป็นการกระทำอันมีลักษณะทิ้งงานที่จะมีผลทำให้ผู้รับจ้างถูกแจ้งเวียนรายชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถยื่นข้อเสนอ หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐได้อีก เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี 

อย่างไรก็ตาม ครม.ยังเห็นชอบให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาเพิ่มเติมในประเด็นที่สำนักงบประมาณมีข้อสังเกตในกรณีที่ผู้รับเหมาเข้ามาประมูลงานในลักษณะบุคคลที่สาม (Third Party) หรือการร่วมทุนในนามกิจการร่วมค้า (Joint Venture) เพื่อให้กฎหมายมีความรัดกุมมากที่สุด ก่อนจะประกาศใช้จริง  โดยหลังจากนี้กระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องไปยังกฤษฎีกา คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วันก็จะมีผลบังคับใช้ต่อไป