เอสซีจี มั่นใจปี 69 Adjusted Cash EBITDA ดีกว่าปี 68 ขณะที่ปี 70 เร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจ

Loading

เอสซีจี มั่นใจปี 69 Adjusted Cash EBITDA ดีกว่าปี 68 ขณะที่ปี 70 เร่งทรานส์ฟอร์ม ปรับโครงสร้างธุรกิจ ชูฐานผลิตอาเซียน โชว์ฟอร์มครึ่งปีแรกแกร่ง Adjusted Cash EBITDA พุ่ง 35% เคาะปันผลระหว่างกาล 3.5 บาท/หุ้น

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี กล่าวว่า แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในครึ่งปีหลัง 2569 ยังท้าทายสูงจากความไม่แน่นอนของความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์โดยเฉพาะในตะวันออกกลางซึ่งมีแนวโน้มลุกลาม การแข่งขันด้านราคาสินค้าที่รุนแรง เงินเฟ้อ และต้นทุนพลังงานผันผวน แต่เอสซีจีมั่นใจว่าจะรับมือได้อย่างเข้มแข็ง ด้วยกลยุทธ์ที่ดำเนินไปแล้วและพร้อมเดินหน้าต่อ เชื่อมั่นว่า Adjusted Cash EBITDA ทั้งปีนี้ จะดีกว่าปี 2568 สามารถดูแลผู้ถือหุ้นทุกคน ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้ต่อเนื่อง

ส่วนปี 2570 เอสซีจียังคงเร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจด้วยกลยุทธ์ระยะกลาง อาทิ ผลักดันโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม การร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจใหม่ การบริหารฐานผลิตอาเซียน การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ และการนำหุ่นยนต์-AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งจะแล้วเสร็จในปลายปี 2570 มั่นใจว่าจะทำให้เอสซีจีเติบโตยั่งยืนแน่นอน

นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า ครึ่งปีแรก 2569 เอสซีจี มี Adjusted Cash EBITDA (กระแสเงินสดที่ไม่รวมการปรับปรุงมูลค่าสินค้าคงเหลือ การด้อยค่า และรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำของธุรกิจที่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด)เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 42,913 ล้านบาท จากความสำเร็จของการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกทั้ง ระยะเร่งด่วน และระยะกลาง ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นทุกธุรกิจ

โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์ วัสดุก่อสร้างและตกแต่ง บริหารต้นทุนและตอบโจทย์ลูกค้าในอาเซียนได้มีประสิทธิภาพ พร้อมหาโอกาสเติบโตร่วมกับพันธมิตรธุรกิจใหม่ ธุรกิจแพคเกจจิ้ง ผลการดำเนินงานดีขึ้นโดยเฉพาะในอินโดนีเซียที่พลิกทำกำไร จากการบูรณาการธุรกิจผ่านการเข้าซื้อธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการบริหารต้นทุนที่ดี พร้อมกับปริมาณการขายบรรจุภัณฑ์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งความต้องการในอาเซียนขยายตัว โดยเฉพาะในเวียดนามเติบโตแรงต่อเนื่อง

ธุรกิจเคมิคอลส์ เน้นการบริหารต้นทุน การจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งนอกช่องแคบฮอร์มุซ การขายสินค้า HVA เพื่อปรับตัวรับสถานการณ์ผันผวนในตะวันออกกลางได้ทันท่วงที ประกอบกับส่วนต่างราคาสินค้าปิโตรเคมีในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้เอสซีจี ยังมีรายได้จากเงินปันผลรับแข็งแกร่งต่อเนื่อง สำหรับปีหน้า การทรานส์ฟอร์มธุรกิจจะแล้วเสร็จหลายด้าน อาทิ โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่ LSP เวียดนาม การร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจใหม่จะชัดเจน มั่นใจว่าจะทำให้เอสซีจีเติบโตยั่งยืน ส่วนรายได้ครึ่งปีแรก 2569 นั้นเอสซีจี มีรายได้จากการขาย 259,570 ล้านบาท กำไรสำหรับงวด 17,758 ล้านบาท ทั้งนี้หากไม่รวมรายการพิเศษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ จะมีกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 12,649 ล้านบาท

ขณะที่ ไตรมาส 2 ปี 2569 เอสซีจี มี Adjusted Cash EBITDA27,984 ล้านบาท รายได้จากการขาย 136,243 ล้านบาท กำไรสำหรับงวด 11,535 ล้านบาททั้งนี้ หากไม่รวมรายการพิเศษ จะมีกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 10,833 ล้านบาท หนี้สินสุทธิ ลดลง 39,176  ล้านบาท จากไตรมาสก่อน อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงอยู่ที่ 3.7 เท่า จาก 5.0 เท่า ในไตรมาสก่อน และมี เงินสดคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569เพิ่มขึ้นเป็น 76,775 ล้านบาท

นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 ในอัตรา 3.5 บาทต่อหุ้น เป็นเงิน 4,200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24% ของกำไรสำหรับงวดครึ่งปีแรก 2569 เพื่อดูแลผู้ถือหุ้นทุกคนต่อเนื่อง โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กำหนดวันที่ไม่มีสิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 6 สิงหาคม 2569