ทช.ลงนามสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-สะพานเชื่อมเกาะลันตา มูลค่ารวม 4.6 พันล้าน

Loading

“อนุทิน พิพัฒน์” สักขีพยานลงนามเซ็นสัญญา 2 โครงการสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา – จ.พัทลุง และสะพานเชื่อมเกาะลันตา จ.กระบี่ มูลค่ารวม 4.6 พันล้าน

วันนี้ (31 ส.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสตีเฟน เอ็น. นเดกวา ว่าที่ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ (World Bank) และผู้บริหารระดับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา – ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง – ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ขับเคลื่อนสู่ระบบคมนาคมสีเขียว (Green Transport) เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ผู้แทนกิจการร่วมค้า CMC ผู้แทนบริษัท CHEC CONSTRUCTION (M) SDN.BHD สัญชาติมาเลเซีย ร่วมลงนามในสัญญาจ้าง นอกจากนี้ยังมีนายเจษฎา วินสน รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ด้านบริหารและวิชาการ) นายยงยุทธ์ เพ็งเมือง รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ด้านดำเนินงาน) นายสิทธิชัย ศิริพันธุ์ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ด้านบำรุงทาง) พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทในพื้นที่เข้าร่วม ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า จากนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั่วทุกภูมิภาค ควบคู่กับการสร้างโอกาสและนำพาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น พร้อมวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ในส่วนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้มอบหมายให้ดำเนินการภารกิจที่สำคัญทั่วประเทศ อันจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสำหรับในพื้นที่ภาคใต้วันนี้ได้มีการจัดพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2572 ซึ่งจะเป็นสมบัติของพี่น้องชาวไทยที่สามารถส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างภาคภูมิใจต่อไป

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้อนุมัติให้กระทรวงการคลังใช้แหล่งเงินกู้ต่างประเทศจากธนาคารโลก (World Bank) โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 70:30 แบ่งออกเป็นเงินกู้จากธนาคารโลก ร้อยละ 70 และเงินงบประมาณแผ่นดิน ร้อยละ 30 เพื่อดำเนินโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา – ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง – ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ซึ่งแต่ละโครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 1,080 วัน นับตั้งแต่วันแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงาน สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา – ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง จะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้เกิดความสมบูรณ์ เพิ่มศักยภาพในการเดินทางเชื่อมระหว่าง จ.พัทลุง กับ จ.สงขลา บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยช่วยลดระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร หรือ ลดระยะเวลาในการเดินทางราว 2 ชั่วโมง ให้เหลือเพียงแค่ 10 นาที ซึ่งสะพานดังกล่าวจะก่อสร้างเป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 4 เมตร ไหล่ทางกว้างด้านละ 2.5 เมตร รูปแบบโครงสร้างสะพาน ประกอบด้วยส่วนของสะพานช่วงหลักที่มีความยาวช่วงสะพานยาวเป็นพิเศษ ยาวที่สุด 140 เมตร โดยรูปแบบสะพานช่วงหลักที่มีความเหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดช่องลอดของกรมเจ้าท่า คือ สะพานแบบคานขึง และส่วนของสะพานช่วงต่อเชื่อมทั้งสองข้างของสะพานช่วงหลัก มีรูปแบบเป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง ช่วงความยาวสะพานประมาณ 40 เมตร รวมระยะทางราว 7 กิโลเมตร โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 4,604 ล้านบาท นอกจากนี้ โครงสร้างเสาสะพานหลักได้ออกแบบราวสะพานให้มีความสวยงาม โดยนำรูปแบบทางจิตกรรมมโนราห์ของท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ทำให้สะพานแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คเพื่อเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและสนับสนุนเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ การดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลานั้น กรมทางหลวงชนบทและธนาคารโลก (World Bank) ยังได้ให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมและผลกระทบโดยรอบบริเวณพื้นที่โครงการก่อสร้างซึ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ ควบคู่กับการอนุรักษ์โลมาอิรวดี และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในบริเวณทะเลสาบสงขลา โดยกรมทางหลวงชนบทยังได้ร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พัฒนาเป็นโครงการต้นแบบในการพิจารณาแนวทางการดำเนินการก่อสร้างให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโลมาอิรวดีที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของทะเลสาบสงขลา รวมถึง ยังได้หาแนวทางร่วมกับกรมประมง ในการสนับสนุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่ง และการฟื้นฟูทรัพยากรประมง เพื่อให้โครงการก่อสร้างสอดรับกับวิถีชีวิต ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืน

ในส่วนของโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง – ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ จะก่อสร้างเป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร มีความกว้างของโครงสร้างสะพาน 13.50 เมตร ซึ่งโครงสร้างสะพานหลักออกแบบเป็นสะพานแบบคานขึง มีช่วงความยาวที่ยาวที่สุด 200 เมตร ส่วนโครงสร้างสะพานรอง ออกแบบเป็นสะพานแบบคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง ก่อสร้างโดยวิธีคานยื่นสมดุล รวมระยะทางทั้งสิ้น 2.240 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 1,781 ล้านบาท ในปัจจุบันประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องใช้แพขนานยนต์ข้ามไปยังเกาะลันตาน้อย 

ก่อนเดินทางผ่านสะพานสิริลันตาเข้าสู่เกาะลันตาใหญ่ ซึ่งแพขนานยนต์ไม่เพียงพอต่อปริมาณการเดินทาง ส่งผลให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องใช้เวลานานในการรอข้ามฟากนานที่สุดราว 2-3 ชั่วโมง เมื่อสะพานก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลจากเดิมต้องใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมง เหลือเพียง 2 นาที สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดกระบี่ได้อย่างรวดเร็วหากมีเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรบนเกาะที่มีอย่างจำกัด และเป็นเส้นทางสำหรับอพยพประชาชนในกรณีเกิดภัยพิบัติ สนับสนุนอำนวยความสะดวกด้านพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางได้อย่างเต็มศักยภาพ